
“ไม่! วันนี้ถ้าฉันไม่ได้ความจริงจากปากนายดิ่งว่าเป็นใคร มาจากไหนกันแน่ อย่ามาเรียกฉันว่าจี๊ดอีกต่อไป!”
ทั้งยอดชายและใจดีมองหน้ากันแบบสงสัยเหมือนกันว่า นายดิ่งเป็นแค่ช่างซ่อมรถยนต์อยู่อุตรดิตถ์แต่พูดเยอรมันได้เป็นไฟ แถมสำเนียงยังเป๊ะ แม้จะคิดเข้าข้างดิ่งว่าอาจจะตอนเรียน ม.ปลายสายศิลป์ เยอรมัน แต่ก็ไม่น่าคล่องขนาดนี้
ที่หน้าห้องทำงานเจตนา เจ้าตัวกำลังเช็กแฮนด์กับโยฮันน์แล้วดิ่งก็พาโยฮันน์ไป สวนกับจี๊ด ยอดชายและใจดีที่เดินอ้าวมากันพอดี จี๊ดเรียก “นายดิ่ง!” แค่น้ำเสียง สีหน้าและท่าทางของคุณหนูจี๊ด ดิ่งก็เดาออกถามว่า อยากรู้ว่าตนพูดเยอรมันได้ยังไงใช่ไหม “ใช่!” จี๊ดตวัดเสียงแต่ไม่ทันพูดอะไรกัน เจตนาก็เอ่ยขึ้น
“มาคุยกับพ่อ ดิ่งพาโยฮันน์ไปที่ศูนย์ไป...เข้ามาสิจี๊ด”
ฟังเจตนาเล่าเรื่องดิ่งได้ทุนไปเรียนปริญญาโทวิศวะเครื่องยนต์ที่เยอรมันแต่เรียนไม่จบเพราะอกหักแล้ว จี๊ดถามว่าคุณพ่อเชื่อเขาหรือ
“เชื่อสิ เพราะพ่อรู้สึกตั้งแต่แรกแล้วว่านายดิ่งต้องไม่ใช่แค่ซ่างซ่อมรถธรรมดา” จี๊ดแย้งว่าเขาอาจโกหกก็ได้ “แต่เขาก็ไม่เคยโกหกว่าไม่ได้ทำหรือไม่ได้เป็น เพียงแต่ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องบอกเรื่องส่วนตัว”
“จำเป็นสิคะ จะมาอยู่มาทำงานกับเราเข้านอกออกในอย่างนี้ เราต้องรู้ข้อมูลของเขา” จี๊ดหาเรื่องจนได้
“จี๊ด...ทุกคนต่างมีมุมส่วนตัวที่ไม่อยากให้ใครรู้ทั้งนั้น และพ่อก็ถือว่ามันเป็นสิทธิ์ของเขาที่จะไม่เปิดเผย สำหรับนายดิ่ง มุมส่วนตัวที่ปกปิดไม่เคยทำร้ายเราเลย...มีแต่ช่วยกู้สถานการณ์เราทั้งนั้น”
“กู้สถานการณ์?????” จี๊ดแปลกใจกับคำนี้มาก
ส่วนยอดชายกับใจดีที่พุ่งไปหารัตนาทันทีที่จี๊ดเข้าไปคุยกับเจตนาในห้อง ทำงาน ฟังรัตนาชี้แจงเรื่องที่ให้ดิ่งไปเป็นล่ามให้โยฮันน์ เพราะล่ามที่ติดต่อไว้ป่วยกะทันหัน เจตนารู้ว่าดิ่งพอพูดเยอรมันได้เลยให้เป็นล่ามแล้วก็หายสงสัย
เมื่อจี๊ดคุยเสร็จออกมา เจตนาตามออกมาเรียกยอดชายกับรัตนาเข้าไปคุยต่อ ใจดีเลยเข้าประกบจี๊ดเม้าท์ต่อทันที จี๊ดยังอารมณ์พลุ่งพล่านไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยินได้ฟัง เพราะยังมีบางอย่างที่ตนไม่ไว้ใจดิ่ง
“เออ! ทีคนไม่ดีล่ะเชื่อนักว่าเขาดี” ใจดีประชด จี๊ดถามว่าหมายถึงเทวัญอีกแล้วใช่ไหม “แกน่ะตายกับคนปากหวาน แค่เขาพ่นมาสองสามคำแกก็หลับหูหลับตาเชื่อและคิดว่าเขาเป็นคนดี”
“ก็ฉันรักเขา!” จี๊ดเชิดอย่างถือดี
“ไม่ใช่ เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าจีบแก มีแต่พี่เทวัญที่กล้าและยอมตามใจแกทุกอย่าง...แกเลยคิดว่านี่แหละคือความ รัก” ใจดีพูดตรงเสียจนจี๊ดอึ้ง
ooooooo
ขณะดิ่งกำลังเป็นล่ามให้โยฮันน์ในการอธิบายลักษณะการทำงานของเครื่องยนต์ อยู่นั้น แต๋วมาบอกว่า ยอดชายเรียกไปพบ ดิ่งขอเวลากับโยฮันน์ บอกว่าอีกสักครู่จะกลับมา
เวลาเดียวกัน เทวัญไปหาจี๊ดที่ฝ่ายการตลาด พูดหน้าเครียดๆ ว่ามีเรื่องจะคุยด้วย จี๊ดบ่นว่าทำไมต้องหัวเสียด้วย หมู่นี้ทำตัวแปลกๆ เทวัญทำเสียงเข้มว่า “จี๊ดก็ทำตัวแปลกไป อย่าให้พี่ต้องแฉนะ!”
“พี่เทวัญ! จี๊ดทำอะไรไม่ดีที่พี่ต้องใช้คำว่าแฉ!” จี๊ดเสียงดังจนเทวัญรีบจูงมือออกไปข้างนอก
ใจดีเป็นห่วงจี๊ด รีบตามไป ส่วนพนักงานที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันซุบซิบๆตามประสา
ใจดีเดินอ้าวไป ดิ่งสวนมาถามว่าหาใครหรือ ใจดีเล่าอย่างตื่นเต้นว่า จี๊ดกับเทวัญเหมือนจะมีเรื่องกัน ไม่รู้เทวัญไปอารมณ์เสียมาจากไหน จู่ๆก็คว้ามือจี๊ดออกไป บอกดิ่งว่าตนเป็นห่วงเพื่อนแล้วรีบเดินไป ดิ่งเป็นห่วงจี๊ดเลยตามไปด้วย
ooooooo
เทวัญพาจี๊ดไปคุยกัน อย่างตึงเครียด เขาถามอย่างติดข้องใจเรื่องความรู้สึกของจี๊ดที่มีต่อดิ่งว่า เมื่อก่อนเกลียดไม่ชอบ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้เกลียดแล้วใช่ไหมเพราะแอบไปคบกันลับหลังตน ถามเกือบเป็นตะคอกว่าทำอะไรอายคนเขาบ้างหรือเปล่า?!
“หยุดดูถูกจี๊ดเดี๋ยวนี้นะ!” จี๊ดตบหน้าเทวัญฉาดใหญ่ เขายิ่งโกรธจับตัวเข้าไปเขย่าอย่างแรงจนจี๊ดตกใจ
เทวัญ จับผิดจี๊ดว่า เดี๋ยวนี้ถึงกับบริการขับรถรับส่งดิ่ง ทีกับตนทำรังเกียจไม่เคยให้แตะต้องตัว ทำไม หรือว่าชอบของต่ำ ยิ่งพูดก็ยิ่งมีอารมณ์เขย่าร่างจี๊ดจนแทบยืนไม่ติด
“หยุดเดี๋ยวนี้ นะ!” ดิ่งเสียงดัง กรากเข้ากระชากเทวัญออกจากจี๊ดผลักเขาอย่างแรง ส่วนใจดีรีบเข้าไปหาจี๊ดด้วยความเป็นห่วง เทวัญชี้หน้าดิ่งพูดอาฆาตมาดร้ายว่า
“จำใส่หัวแกไว้นะนั่นคู่หมั้น ฉัน” ดิ่งสวนไปว่าเขาก็ควรดูแลคู่หมั้นดีกว่านี้ไม่ใช่ทำร้ายแบบนี้ เทวัญตวาดสวนไปว่า “แต่แกก็ไม่มีสิทธิ์มาดูแลแทนฉัน!”
พนักงานเริ่ม ชะเง้อดูกันมากขึ้นทุกที จี๊ดอายมาก ตำหนิเทวัญว่าไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะเป็นคนแบบนี้ เขาทำให้ตนผิดหวังมาก แล้วเดินปึงปังไปกับใจดี ส่วนเทวัญเห็นพนักงานมาชะเง้อดูกันก็ตวาดว่าไม่มีงานทำรึไง ไล่ตะเพิดให้ไปทำงานเสีย พนักงานเลยสลายตัวไป
ในหมู่คนที่มาชะเง้อดูอย่างอยากรู้อยากเห็นนั้น มีเจ๊ยุพาชะเง้อคอยาวอยู่อีกมุมหนึ่งด้วย
ดิ่งแปลกใจว่าทำไมเทวัญจึงแสดงความเป็นเจ้าของจี๊ดขนาดนี้ ตามไปถามจี๊ด เธอบอกว่าคงเป็นเพราะเขาหึง แล้วก็พูดอย่างถือตัวว่า
“ซึ่งไม่น่าจะหึงเลยสักนิด เพราะยังไงคนอย่างฉันก็ไม่มีทางคิดอะไรกับนายแน่...มันคนละชั้น!”
ใจ ดีติงว่าเพื่อนพูดแรง ดิ่งอย่าไปถือสาเลย ดิ่งบอกว่าตนชินแล้ว แต่ก็ยังติดใจว่าเทวัญคิดอย่างนั้นได้ยังไง ไปฟังใครมา ทบทวนแล้วนึกถึงเรื่องของหวานที่โรงพยาบาลที่เขาชมจี๊ดว่าอร่อยเลือกเก่ง หยอกว่าไม่เสียแรงที่ยอมเป็นกิ๊กด้วย เวลานั้นมารศรีอยู่ด้วย ซึ่งเขาก็ขอโทษมารศรีไปแล้วว่า
“ขอโทษนะศรี ผมไม่น่าพูดออกไปเลย คุณจี๊ดเสื่อมเสียแย่เลย รู้ถึงไหนอายถึงนั่นที่ลูกสาวท่านประธานของโมเดิร์นคาร์ที่มีคู่หมั้นอยู่ แล้ว แอบมากิ๊กกับช่างซ่อมรถยนต์กระจอกๆอย่างผม ศรีอย่าไปบอกใครนะ”
คิดทบทวนแล้ว ดิ่งมั่นใจว่าเรื่องนี้ต้องมาจากมารศรีแน่
ooooooo
ศุ วิมลรู้เรื่องที่เศกจะจดทะเบียนสมรสกับมารศรี เธอทักท้วงพ่อว่า ไหนมารศรีบอกว่าจะจดทะเบียนหรือไม่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญไม่ใช่หรือ มารศรีเดินมาได้ยิน จึงแอบฟังอย่างไม่พอใจ
เศกให้เหตุผลกับศุวิมลว่าต้องจดทะเบียนเพราะถ้ามีลูกด้วยกันกับมารศรีก็ไม่ อยากให้ลูกเป็นลูกนอกสมรส ศุวิมลตกใจถามว่าคิดจะมีลูกด้วยกันหรือ ขอให้รอดิ่งกลับมาก่อนดีไหม
“ทำไมพ่อต้องรอมัน บอกแล้วไงว่าอย่าพูดชื่อของมันให้พ่อได้ยิน” เศกเดินหนีไปอย่างโมโหจัด พลันมารศรีก็เดินเข้ามาพูดเย้ยศุวิมลว่า
“เสียใจด้วยจริงๆนะคะที่คุณเศกไม่เชื่อคุณ เพราะคุณเศกรักฉันมาก อย่าได้คิดขัดขวางความรักของเราอีกเลยค่ะ...เหนื่อยเปล่า”
ศุ วิมลยืนมึน ทั้งเจ็บใจมารศรีและร้อนใจเรื่องพ่อจะจดทะเบียนสมรส คิดถึงพี่ชาย “พี่ดิ่ง...เอาไงดี??” เธอตัดสินใจไปหาดิ่งด้วยความร้อนใจ
ศุ วิมลไปรอดิ่งที่มุมหนึ่งหน้าโมเดิร์นคาร์ ขณะกำลังโทร.บอกที่ยืนรออยู่นั้น หันมาเจอยอดชายยืนอยู่เกือบติดตัว ยอดชายถามอย่างคู่ปรับว่ามาทำอะไรที่หน้าออฟฟิศตน ศุวิมลโต้ว่าหน้าออฟฟิศก็จริงแต่เป็นทางเท้าสาธารณะ จะทำอะไรก็เรื่องของตน ยอดชายดักคอว่าหรือจะมาอ่อยดิ่ง
ศุวิมลด่าไปชุดใหญ่ก็ยังหยุดยอดชายไม่ได้ เลยต่อยเปรี้ยงเข้าที่ใบหน้า บอกว่า “นี่คือผลกรรมของพวกจิตอกุศล!”
ดิ่งออกมาพอดีรีบเข้ามาห้ามถามว่ามีอะไรกันหรือ เกือบเผลอเรียกเป็น “ยัยศุ” ดีแต่ยั้งปากไว้ทันเปลี่ยนเป็น “คุณศุ” แทน
ศุวิมลไม่สนใจยอดชาย เร่งดิ่งไปกันได้แล้ว
ยอดชายยังปากยาวร้องบอกดิ่งว่า
“อย่าคุณดิ่ง อย่าไปหลงกลยัยอาจารย์เพี้ยนนะ ดูแลตัวเองนะ ปลอดภัยกลับมานะ”
ศุวิมลเลยย้อนกลับไปเอากระเป๋าฟาด ดิ่งรีบคว้าตัวดึงออกไป ยอดชายโดนกระเป๋าเข้าที่เบ้าตาทั้งเจ็บตัวเจ็บใจ
ooooooo
จี๊ดรอดิ่งอยู่อย่างหงุดหงิด บ่นว่าไม่มีมารยาท ปล่อยให้ตนต้องรอ แล้วก็ยิ่งอารมณ์เสียเมื่อยอดชายผ่านมาบอกว่าดิ่งออกไปกับผู้หญิง
“อะไร นะ!! เห็นผู้หญิงอื่นสำคัญกว่าฉันได้ยังไง” คุณหนูจี๊ดวีนแตก ตำหนิอย่างหัวเสียว่า ไม่มาก็ไม่คิดจะแจ้งให้ทราบบ้างหรือไง ยอดชายบอกให้โทร.ไปถามเองเพราะดิ่งมีมือถือ เธอเหวี่ยงใส่อีกว่า “มีได้ไง!!”
“ฉันให้เขาเองตอนอยู่โรงพยาบาลไว้ติดต่อกันสะดวกๆ เครื่องถูกๆน่าอย่าไปว่าเขาเลย อ่ะ...เบอร์” ยอดชายให้เบอร์โทรศัพท์ของดิ่งแล้วผละไปบอกว่าจะรีบไปหาหมอ
“ไม่รู้จักจัดลำดับความสำคัญ...โอ๊ย...ทำฉันเครียดอีกแล้ว” จี๊ดบ่นดิ่งไม่เลิกแล้วกดมือถือ รอสาย
เทวัญ แอบดูจี๊ดอยู่อีกมุมหนึ่งอย่างเจ็บใจ อึดใจเดียวเจ๊ยุพาก็โผล่มาแสดงความเห็นใจเขาเอาหน้าซ้ำเป่าหูยุยงว่ารัตนา ใส่ไฟเขากับคุณหนูจี๊ด นินทาว่าเขาเจ้าชู้บ้างล่ะ ใช้กำลังบ้างล่ะ พูดแล้วทำเป็นออกตัวว่าที่เล่ามานี้ไม่เท่าของจริงหรอก ถ้าจะให้ได้ของจริงต้องคูณสอง
เทวัญฟังแล้วผละไปอย่างเจ็บใจ เจ๊ยกมือประคองแก้มตัวเองร้องตื่นเต้น
“โอย...โบนัสหกเดือนแน่ๆ โทร.รายงานคุณวันดีดีกว่า ฮิๆๆ”
ooooooo
โทร.เข้า มือถือของดิ่งครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่มีคนรับสาย จี๊ดเดินไปขึ้นรถอย่างหัวเสีย ถูกเทวัญพรวดมาดักหน้า บอกว่าต้องการคุยกันสองต่อสอง
เป็นเวลาที่ดิ่งไปนั่งคุยกับศุวิมลที่ ร้านอาหารหรู เมื่อฟังน้องสาวเล่าเรื่องพ่อจะจดทะเบียนสมรสกับมารศรี เขาบอกว่าก็ให้จดไป ศุวิมลโวยเบาๆว่า แบบนี้ก็เท่ากับมารศรีได้สมบัติครึ่งหนึ่งของพ่อไปทันที ยังไงตนก็ไม่ยอม
“ไป คุยกับคุณอาสันติ ทนายความของคุณพ่อให้โน้มน้าวคุณพ่อ ทำสัญญาก่อนจดทะเบียนสมรสว่า มารศรีจะไม่มีสิทธิ์ในทรัพย์สินก่อนสมรสเด็ดขาด เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ” ดิ่งแนะ ศุวิมลดีใจที่พบทางออกบอกพี่ชายว่ามารศรีต้องแค้นจนอกแตกตายแน่ๆ ดูซิว่าจะใช้แผนอะไรมาหลอกล่อสูบเงินจากคุณพ่อได้อีก
พลันศุวิมลก็ บอกพี่ชายว่าอย่าหันมองนะ มารศรีกำลังเดินเข้าร้าน ดิ่งพยายามหันหลังให้ประตูเต็มที่ แต่มารศรีก็เดินตรงมาที่โต๊ะนี้และกำลังจะมองมา ศุวิมลตัดสินใจทำเป็นลุกไปทักอย่างยินดีโดยเดินบังๆดิ่งไว้
ดิ่ง อาศัยจังหวะนั้นหลบออกไป แต่ก็ตบตามารศรีไม่ได้ เธอเห็นที่โต๊ะศุวิมลมีจานอาหารสองที่สำหรับสองคน แต่ศุวิมลบอกว่าตนมาคนเดียว จึงเป็นเรื่องติดใจสงสัยของมารศรีว่า ศุวิมลมากับใครและทำไมต้องปิดบัง
เมื่อหลบออกพ้นสายตามารศรีแล้ว ดิ่งรีบไปหาจี๊ดที่ลานจอดรถตามที่นัดไว้ จี๊ดยังถูกเทวัญหาเรื่องไม่หยุด จนจี๊ดขู่ว่าถ้าไม่เลิกตนจะร้องขอความช่วยเหลือ เทวัญท้าให้ร้องเลย เรื่องของคนรักกันไม่มีใครอยากยุ่งด้วยหรอก
“ช่วยด้วย!!!” จี๊ดตะโกนทันที ถูกเทวัญสั่งให้เงียบ เธอสะบัดหลุดจากเทวัญ ถามอย่างเข้าใจไม่ได้ว่า “พี่เทวัญเป็นบ้าอะไร จู่ๆก็กลายเป็นคนที่จี๊ดไม่เคยรู้จัก จี๊ดคิดถูกแล้วล่ะที่ระงับงานแต่งของเรา” เทวัญตะคอกถามว่าคิดจะเลิกกับตนหรือ “ถ้าพี่เทวัญยังไม่เลิกคลั่ง...มันก็คงต้องเกิดขึ้น”
ดิ่งมาถึงพอดี จี๊ดวิ่งมาหาอย่างหวังพึ่ง ชวนรีบกลับกันเถอะ แล้วควงแขนดิ่งออกไปเลย เทวัญมองอย่างไม่พอใจมาก
ooooooo
ระหว่าง เดินไปที่รถด้วยกัน จี๊ดเอาแต่ร้องไห้ ดิ่งบอกให้ใจเย็นๆ ตั้งสติ สติมาปัญญาก็เกิด จี๊ดบอกว่าตนเคยลองทำแล้วแต่ไม่สำเร็จ ดิ่งบอกให้ลองอีกที ถ้าครั้งแรกทำได้ก็จะมีครั้งต่อๆไป แล้วชวนกลับบ้าน
จี๊ดไล่ให้เขากลับเอง ดิ่งถามว่าเป็นอะไรไปเมื่อกี้ยังชวนกลับด้วยกันอยู่เลย จี๊ดโพล่งอย่างอารมณ์เสียว่า
“ฉันไม่พอใจที่นายไปกับผู้หญิงอื่น โดยทิ้งฉันให้รอ ไม่บอกกันสักคำ แถมยังปิดมือถือ บอกมามันคืออะไร!”
ดิ่งบ่นว่าอุตส่าห์รีบไปรีบกลับ จี๊ดเลยเร่งให้รีบขึ้นรถก่อนตนจะเปลี่ยนใจ ดิ่งขึ้นไปนั่งยิ้มกริ่มพูดลอยๆว่า
“คุณทิ้งผมไม่ลงหรอก ผมรู้” แล้วก็ผงะหงายเมื่อจี๊ดกระชากรถออกไปอย่างแรง
กลับ ถึงบ้าน วันดีเห็นดิ่งนั่งรถจี๊ดมาก็ตำหนิว่าอนุญาตให้นายคนนี้นั่งรถมาด้วยตั้งแต่ เมื่อไหร่ สงสัยต่อไปตนต้องดูแลทุกฝีก้าวเสียแล้วเพื่อให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง จี๊ดถามว่าตนทำผิดอะไรหรือ
ดิ่งเห็นสถานการณ์แม่ลูกตึงเครียดจึงขอตัว วันดีไม่ยอมให้ไป สั่งหน้านิ่งเสียงเข้มว่า
“อยู่ ให้ห่างๆลูกสาวฉันไว้ ถ้าอยากมีที่ซุกหัวนอนต่อไป ไปได้แล้ว” ไล่ดิ่งไปแล้วหันบอกจี๊ด “แม่มีเรื่องต้องคุยกับจี๊ดเดี๋ยวนี้เรื่องเทวัญ”
เมื่อ ไปนั่งคุยกันในห้องรับแขก วันดีตำหนิจี๊ดว่าเห็นกรวดดีกว่าเพชร จี๊ดชี้แจงว่าตนยังไม่ได้ทำอะไรเลยต้องมีคนใส่ร้ายแน่ๆ ถามว่าใครเอาเรื่องมาฟ้องคุณแม่
“พี่เอง!” เทวัญเผยตัวออกมา จี๊ดโกรธมากที่เทวัญไม่หายบ้าสักที ลุกเดินหนีขึ้นข้างบน วันดีบอกให้มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน จี๊ดไม่คุยจนกว่าเทวัญจะมีสติกว่านี้
“เรื่องแบบนี้ไม่มีใครทำใจให้มีสติได้หรอกนะจี๊ด” เทวัญติง
“แล้วทีเรื่องพี่เทวัญกับเงาะล่ะคะ ทำไมจี๊ดยังมีสติได้ ทั้งๆที่มีหลักฐานคาตา!”
เทวัญถูกยันจนอึ้ง วันดีเพิ่งได้ยินถามว่าเงาะเกี่ยวอะไรด้วย เทวัญรีบชี้แจงว่าไม่เกี่ยว แต่มีคนใส่ร้ายตน
“จี๊ด ก็โดนใส่ร้ายเหมือนกัน จี๊ดไม่ได้ทำอะไรผิด จี๊ดจึงไม่จำเป็นต้องวุ่นวายทำให้อีกฝ่ายต้องกลายเป็นคนผิดแทนเหมือนที่พี่ เทวัญทำ” เทวัญตัดพ้อว่าเธอไม่เชื่อตน “จี๊ดบอกแล้วไงคะ ว่าจี๊ดต้องการเวลา ยิ่งตอนนี้จี๊ดยิ่งมั่นใจว่าเราสองคนควรจะห่างกันสักพัก” พูดแล้ววิ่งออกจากบ้านไป เทวัญจะตาม วันดีบอกให้ปล่อยไปก่อนเดี๋ยวตนจะค่อยๆพูดเอง
ooooooo
ดิ่ง ยังวนเวียนอยู่แถวนั้น นึกเป็นห่วงว่าจี๊ดจะโดนอะไรบ้างก็ไม่รู้ พอเห็นจี๊ดวิ่งออกมาที่รถ เขารีบตามไปบอกว่าไม่อาจปล่อยให้เธอขับรถออกไปคนเดียวในอารมณ์แบบนี้ได้ จี๊ดจึงกระชากรถออกไป
จี๊ดขับรถไปที่ผับประจำ ดิ่งพยายามทัดทานว่าอย่าแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้เลย แต่เธอรั้นจะเข้าไปให้ได้ ขณะยืนถกเถียงกันนั้น การ์ดเข้ามาถามว่ามีอะไรกันหรือเปล่า ดิ่งพูดหน้าตายว่า
“แฟนผมอายุยังไม่ถึงยี่สิบเลย เข้าไปผิดกฎหมายนะ”
จี๊ดจะโวย ถูกการ์ดตัดบทว่าอย่าทำให้ตนต้องเดือดร้อนเลย ดิ่งรีบลากจี๊ดออกไป เทวัญเดินสวนเข้าไปอีกทางหนึ่งจึงไม่เห็นกัน
เทวัญ เข้าไปมองหาแล้วบ่น “ปกติต้องมาที่นี่...แต่คืนนี้ไม่มา...จี๊ดไปไหน” แต่ขณะจะออกไปนั้น เหลือบเห็นมารศรีนั่งเซ็งอยู่มุมบาร์ในผับ เปลี่ยนใจเดินไปหาเธอทักว่าท่าทางเธอจะไม่สนุก พูดอ่อยว่ามาคนเดียวจะไปสนุกอะไร
มารศรีบอกว่าเบื่อๆเลยออกมาทำอะไรให้หายเบื่อ เทวัญชวนว่าตนมีอะไรสนุกๆแก้เบื่อให้ทำ สนใจไหม
“อะไร สนุกๆ แก้เบื่อ” ที่เทวัญพูดถึงคือบ่อน เทวัญโอบไหล่มารศรีเล่นอย่างมีความสุข ปรากฏว่ามารศรีเล่นจนหมดตัว บ่นว่าถ้ากลับเสียตั้งแต่แรกก็ไม่หมดตัว เทวัญปลอบให้ใจเย็นๆ วันหลังค่อยมาแก้มือใหม่
“นั่นสินะ ฉันควรจะกลับบ้านก่อน...ขอบคุณนะคะสำหรับความบันเทิงที่ถูกใจฉันมากในคืนนี้...แล้วเจอกัน”
ส่ง มารศรีออกไปแล้ว เสี่ยเจ้าของบ่อนเดินมาหาเทวัญพูดอย่างพอใจว่า พามาบ่อยๆ ไฮโซสาวเปลี่ยวที่ชอบถลุงเงินสามีแบบนี้เฮียชอบ เทวัญยิ้มเจ้าเล่ห์มองตามหลังมารศรีไปบอกว่า “ผมก็ชอบ”
ผิดกับดิ่ง เขาพาจี๊ดจากหน้าผับไปทำบุญบริจาคโลงศพ ผ้าห่อศพ บอกเธอว่า ดีกว่าเอาเงินไปลงขวดจ่ายให้กับสิ่งไร้สาระ จี๊ดถามว่าทำแล้วได้อะไร
“ได้ เสียสละ ได้ให้ ได้แบ่งปัน และได้บุญ...คุณจะได้ไม่อายุสั้นเพราะนิสัยแย่ๆแบบนี้” จี๊ดบ่นว่าหลอกด่าอีกแล้ว ดิ่งไม่สนใจบอกเธอ “ตามผมมา”
หลังจากทำบุญ แล้วก็ไปเสี่ยงเซียมซี จี๊ดพูดด้วยสีหน้าแจ่มใส ขอบใจที่เขาพามา แล้วขอดูคำทำนายในใบเซียมซี ดิ่งปดว่าได้ไม่ค่อยดีเพราะเซียมซีทำนายว่า ช่วงนี้ซวยเพราะต้องคอยช่วยใครบางคนเลยไม่ได้เอากลับบ้าน
ระหว่าง นั้นเอง จี๊ดได้รับโทรศัพท์จากยอดชายแจ้งข่าวเรื่องเงาะถูกทำร้ายอาการหนัก ขณะนี้อยู่ที่ห้องพัก เธอรีบไปหาเพื่อนด้วยความเป็นห่วง ไปเจอใจดีกับยอดชายดูแลเงาะอยู่ ใจดีบอกว่าเงาะยังพูดไม่ค่อยได้เพราะปากบวมเจ่อมาก เล่าว่า
“ฉัน เพิ่งแวะมาดูเงาะเมื่อหัวค่ำเพื่อนข้างห้องบอกว่า...ให้เข้ามาดูเงาะหน่อย เงาะไม่ไหวแล้ว เข้ามาก็เห็นเพื่อนเป็นแบบที่เห็นนี่แหละ”
ดิ่งมอง เงาะอย่างสงสาร พาลคิดไปถึงเทวัญแต่ไม่ได้พูดอะไร ยอดชายบอกเงาะว่ารักษาตัวให้ดีแล้วบอกมาว่ามันเรื่องอะไรกัน ใครที่ทำเธอถึงขนาดนี้ เงาะเอาแต่ร้องไห้ จี๊ดปลอบว่าไม่เป็นไร พวกตนอยู่ตรงนี้ไม่มีใครทำอะไรเธอได้อีกแล้ว เงาะมองจี๊ดอย่างรู้สึกผิดที่เคยทำไม่ดีกับเธอไว้มาก กอดจี๊ดร้องไห้อย่างหนัก
ooooooo
จี๊ดบอกยอดชายกับใจดีว่าให้ กลับไปพักเสีย ตนจะเฝ้าเงาะเองผลัดกันเฝ้าจะได้ไม่เหนื่อยเกินไป ทั้งยังมีแก่ใจฝากยอดชายให้ไปส่งดิ่งด้วย เธอมองดิ่งพูดด้วยแววตาอ่อนโยนว่า
“ขอบใจนะที่พาฉันออกมาจากที่อโคจร ไปทำอะไรดีๆ แล้วก็...ทำให้ฉันยังมีสติ ได้ดูแลเพื่อนที่กำลังเดือดร้อน”
ดิ่งยิ้มอย่างสบายใจ รู้สึกดีกับความเปลี่ยนแปลงของเธอ
เมื่อ ดิ่งกับยอดชายกลับมาเล่าเรื่องเงาะให้เจตนากับวันดีฟัง เจตนาถามว่าเงาะยังไม่ยอมพูดอะไรหรือ สีหน้าเขากังวลเป็นห่วงเงาะ ส่วนวันดีมองดิ่งอย่างขวางหูขวางตา บอกว่าเสร็จเรื่องก็ไปได้แล้ว และวันหลังก็ไม่ต้องทำตัวเป็นฮีโร่ตามลูกสาวตนไปอีก ย้ำว่า “เธอไม่ควรเข้าไปยุ่ง แฟนเขามีให้เขาง้อกันเอง”
เมื่อพากันลากลับ ยอดชายถามดิ่งอย่างระแวงทั้งเรื่องเรียนเรื่องอกหัก สุดท้ายถามว่าแล้วตอนนี้เขามีรักใหม่แล้วหรือยัง พอดิ่งบอกว่ายัง ตนยังไม่พร้อมที่จะมีความรักครั้งใหม่กับใคร พูดแล้วดักคออย่างรู้ทันยอดชายว่า สบายใจนะ
ยอดชายไม่ตอบแต่แอบถอนใจโล่งอก
ooooooo
จี๊ด อยู่เฝ้าเงาะคนเดียว พยายามหว่านล้อมให้เงาะบอกว่าใครทำร้ายเธอ เงาะร่ำๆจะบอกอยู่แล้ว แต่พอนึกถึงคำขู่ของเทวัญที่ว่า ห้ามปากโป้งบอกใครเรื่องนี้ ไม่งั้นตนเอาตายแน่ สุดท้ายก็เปลี่ยนใจไม่ยอมบอก ทั้งยังแสดงความเกรี้ยวกราดไล่จี๊ดออกจากห้องบอกว่าอยากอยู่คนเดียว
เมื่อจี๊ดออกจากห้องไปแล้ว เงาะประคองตัวไปปิดประตูล็อก พึมพำ “จี๊ด...ฉัน...ขอ...โทษ...”
ดิ่ง กลับไปแล้วก็ไม่สบายใจ คิดว่าจี๊ดต้องมีปัญหาอะไรบางอย่างแน่ เขาจึงย้อนไปที่คอนโดฯเงาะอีกที เจอจี๊ดเดินซึมๆลงมาพอดี เขาบอกเธอว่า “ผมคิดว่าคุณอาจจะเจอปัญหา เลย...ลองแวะมาดู”
“แล้วถ้าฉัน...ไม่...ไม่ได้มีปัญหาอะไร นายจะยืนรอฉันอยู่อย่างนี้ทั้งคืนหรือเปล่าเนี่ย”
ดิ่งบอกว่าถ้ารออีกห้านาทีไม่เจอตนก็คงกลับ จี๊ดเยาะๆว่าเป็นห่วงก็ไม่ห่วงให้ตลอดรอดฝั่ง
“ใคร ห่วงคุณ” ดิ่งทำเสียงเข้ม พอเธอถามว่าแล้วมาทำไม เขาแก้เกี้ยวว่า “ไม่อยากให้พ่อคุณไม่สบายใจ... ตกลงมีปัญหาใช่ไหม” เมื่อจี๊ดพยักหน้ารับ ดิ่งมองอย่างเห็นใจ
ดิ่งพาจี๊ดไปนั่งที่มุมสวย คุยกันเรื่องใครทำร้ายเงาะ จี๊ดบอกว่าถ้าตนรู้ไม่เอาไว้แน่ ดิ่งเห็นดึกมากแล้วชวนเธอกลับบ้าน เธอขออยู่ดูพระอาทิตย์ขึ้นที่กรุงเทพฯ สักครั้ง เขาตามใจ ต่างนั่งมองไปเบื้องหน้า
จนกระทั่งพระอาทิตย์กำลังจะขึ้น ดิ่งสะดุ้งเมื่อรู้สึกว่าจี๊ดเอาหัวพิงไหล่ มองดูจึงรู้ว่าเธอหลับไปแล้ว เขาพึมพำขำๆ
“ดูในฝันซะล่ะมั้ง...”
ooooooo
มารศรีกลับถึงบ้านเจอเศกที่กำลังไม่สบายนั่งรออยู่อย่างอิดโรย พอเห็นเธอกลับมาก็ถามว่าไปไหนมา ปิดมือถือทำไมตนโทร.ติดต่อไม่ได้เลย
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น