
วงเดือนน้อยใจเหลือแสน “ลาก่อนคุณภูผา...” น้ำตาคลอ
ด้านคนขับรถเริ่มมีอาการง่วง สายตาเริ่มเบลอ และไม่สามารถต้านทานความง่วงได้แล้ว คนขับเริ่มสัพหงก มือไม่สามารถคุมพวงมาลัยรถได้อีก
รถสองแถวเริ่มส่ายไปมา คนในรถเริ่มวี๊ดว๊ายด้วยความตกใจ
ระหว่างนั้นรถของภูผาวิ่งตามรถสองแถวมาอีกทาง
“รถคันนั้นครับนาย” สว่างเห็นอาการรถสองแถวส่ายไปมา “ไม่ปกติแล้วครับนาย”
ผู้โดยสารทุกคนในรถตื่นตระหนกตกใจที่รถเริ่มเหวี่ยงแรงอย่างไร้การ ควบคุม คนในรถถูกเหวี่ยงไปตามแรงรถ และต่างพยายามหาที่เกาะ วงเดือนตกใจพยายามใช้มือจับเสารถไว้แน่นด้วยความกลัว
รถสองแถวเลี้ยวมา โดยมีรถภูผาขับตามมาติดๆ
คนขับได้สติตื่นขึ้นมามองข้างหน้า ด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อเห็นรถกำลังพุ่งเข้าหาต้นไม่ใหญ่ริมทาง
“เฮ้ย!
คนขับเหยียบเบรกสุดชีวิต แต่ไม่ทันแล้ว! เสียงหวีดร้องดังระงมไปทั่ว ก่อนที่รถสองแถวจะพุ่งชนต้นไม้เสียงดังสนั่น
วงเดือนและผู้โดยสารบางส่วนกระเด็นเทไปกองกันในรถตามแรงชน โครม!
รถภูผาเบรคเอี๊ยดด้วยความตกใจ
“เดือน”
ภูผาพุ่งทะยานลงจากรถทันที สว่างรีบตามไปติดๆ หนูนายังช็อกอยู่
ผู้คนกระจัดกระจายอยู่นอกรถบ้าง อัดแน่นกันในรถบ้าง ทุกคนร้องโอดโอยอย่างเจ็บปวด ภูผาพุ่งขึ้นไปบนรถแต่มองหาเดือนไม่เจอ
“เดือน”
ที่ใต้ท้องรถ น้ำมันเริ่มไหลรั่วออกมา สายไฟเริ่มช๊อตเห็นแสงแปล๊บๆ อย่างน่ากลัว!!
ผู้โดยสารที่ยังมีสติต่างช่วยกันแบกร่างคนเจ็บอื่นๆ ออกจากรถ บางคนชนภูผาล้มกลิ้ง แต่ภูผายังพยายามหาเดือนอย่างไม่ย่อท้อ สว่างเข้าช่วยคนเจ็บพัลวัน
ก่อนจะหันไปเรียกหนูนา “หนูนา..มาช่วยกันเร็ว!”
หนูนาที่อยู่บนรถจิ๊ปได้สติ รีบเข้าไปช่วยนายสว่างทันที
หนูนาช่วยนายสว่างเข้าประคองคนเจ็บ จังหวะนั้นสว่างหันไปเห็นน้ำมันรั่วออกจากรถ ตกใจวูบ!!
“นาย! ออกมาเร็ว รถกำลังระเบิด!”
เป็นจังหวะเดียวกับที่ภูผาเห็นวงเดือนที่ถูกอัดอยู่ส่วนหัวรถ
ภูผาเห็นเหล็กทิ่มที่ท้องวงเดือน เลือดไหลไม่หยุด ภูผาตกใจสุดขีด!
หนูนาตะโกนเรียกเป็นห่วงมาก “คุณภูผา ออกมา”
หนูนาพุ่งเข้าไปจะไปหาภูผา แต่สว่างรั้งไว้สุดชีวิต
“อย่า..ไอ้หนูนา”
ภูผาคว้าตัววงเดือนได้ก็อุ้มหนีลงจากรถ แต่ทันใดนั้น เหล็กคานของรถก็หล่นใส่ภูผาอย่างไม่ทันตั้งตัว!
“คุณภูผา ออกมา..คุณตายไม่ได้นะ” หนูนาตะโกนก้อง
ภูผาเจ็บปวดทั้งตัว แต่กัดฟันอุ้มเดือนขึ้นมาอีกครั้ง
“เดือน..เธอต้องอยู่กับชั้นนะ”
ภูผาใช้ตัวดันเหล็กที่ขวางอยู่จนหักงอ ออกแรงฮึดวิ่งออกจากรถสองแถวได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนที่รถจะระเบิดดังตูม!!!!
ร่างภูผาและวงเดือนโดนกระแทกจากแรงระเบิดล้มกลิ้งไปริมทาง ขณะที่ไฟลุกท่วมไปทั่วคันรถในพริบตา
สว่างและหนูนาวิ่งเข้าไปหาภูผา แต่วินาทีแรกที่ภูผาได้สติก็คว้าเดือนมากอดอย่างดีใจ
หนูนาอึ้งจุก ที่เห็นภูผารักวงเดือนยิ่งกว่าชีวิตตนเอง
แต่เพียงชั่วครู่ ภูผาก็ตกใจเมื่อเห็นเลือดซึมผ่านเสื้อผ้าออกมาจากช่วงท้องของวงเดือน
“นายสว่าง...พาเดือนไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้”
สว่างรีบพุ่งทะยานไปที่รถ ภูผาอุ้มวงเดือนเร็วรี่ และหนูนาตามติด
ภูผาอุ้มวงเดือนขึ้นมาบนอนามัย สว่างกับหนูนาตามขึ้นมา วงเดือนมีอาการกระอักเลือด จากการโดนกระแทกขณะรถเหวี่ยง ภูผาแทบคลั่งวางตัววงเดือนลงบนเตียง
“หมอครับ...หมอ..ช่วยดูอาการให้ที”
หมอรีบเข้ามาดูอาการวงเดือน
“คงต้องรีบส่งคนเจ็บไปโรงพยาบาลในเมือง” พยาบาลบอก
“ในเมือง? ไม่ได้! คุณต้องช่วยเดือนเดี๋ยวนี้”
พยาบาลพูดอย่างลำบากใจ “คุณคะ..ตอนนี้คุณหมอไม่อยู่ ดูจากอาการคนเจ็บแล้วคงต้องผ่าตัดใหญ่ ดิฉันเป็นแค่พยาบาล” กิริยาหนักใจมาก
วงเดือนหายใจเริ่มติดขัด อาการแย่ลงทุกที
“แล้วมีหมออื่นอีกไหมที่ผ่าตัดได้? อาการคุณเดือนขนาดนี้กว่าจะลงไปถึงในเมืองคงไม่ทัน”
ภูผาคิดไปคิดมา แล้วหันมาสั่งสว่าง “นายสว่างคอยดูแลเดือน เดี๋ยวฉันมา”
“นายจะไปไหนครับ” สว่างฉงน
“ตอนนี้มีคนเดียวที่ช่วยเดือนได้!” วินาทีเป็นตายของวงเดือนนั้น ภูผานึกถึงเมฆาขึ้นมา!
เมฆานั่งรออยู่ มองไปที่ถนนอย่างกระวนกระวาย ว่าวงเดือนจะกลับมาพร้อมกับภูผาหรือไม่ เมฆารออย่างหงุดหงิดจนทนไม่ไหว
“พี่ผา..พี่ผิดสัญญา” เดินไปหารถรับจ้าง “ฉันจะจ้างรถไปไร่วงเดือน”
เสียงเรียกดังขึ้น “เมฆา”
เมฆาหันกลับมาเจอภูผาที่อยู่ในสภาพเลือดเปรอะไปทั้งตัว จากการช่วยวงเดือนออกจากอุบัติเหตุรถสองแถวคว่ำ เมฆามองไปรอบๆ เห็นแต่ภูผาไม่เห็นเดือน
“แล้วเดือนล่ะ” เห็นเลือดที่เสื้อภูผา ก็สังหรณ์ใจ “เกิดอะไรขึ้น”
“รถที่เดือนนั่งไปเกิดอุบัติเหตุ!”
เมฆาตกใจมาก “แล้วตอนนี้เดือนเป็นยังไงบ้าง?”
“อาการสาหัส เมฆา..แกต้องช่วยเดือนนะ แกคนเดียวที่ช่วยเดือนได้” ภูผา
เมฆาผลุนผลันจะไปแต่เห็นท่าทีของภูผาแล้วชะงักไปนิด
“รีบไปสิเมฆา แกต้องช่วยเดือนนะ”
“ผมจะช่วยเดือนก็ต่อเมื่อพี่รับปากว่าจะไม่ยุ่งกับเดือนอีกต่อไป” เมฆาต่อรอง
ภูผาอึ้ง ไม่พอใจขึ้นมา “แกเอาชีวิตของเดือนมาต่อรองแบบนี้ได้ยังไง”
เมฆานิ่งมาก “เพื่ออรุณ เพื่อเดือน พี่ยอมไหม”
ภูผาจุกพูดไม่ออก
“ชีวิตเดือนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพี่”
ภูผามองเมฆาอย่างอึ้งๆ
ไม่นานต่อมา เมฆาอยู่ในห้องผ่าตัด กำลังหันมาหาพยาบาลที่ดูแลอาการเดือนอยู่
“ความดันกับชีพจรเท่าไหร่?”
“70/50 ค่ะ”
สีหน้าวงเดือนซีดและหายใจลำบากขึ้นทุกที
เมฆาสั่งพยาบาล “เตรียมเครื่องมือด่วน”
พยาบาลกันให้ภูผาออกไป แล้วรูดม่านปิด ภูผายืนมองด้วยความเป็นห่วง
เมฆาผ่าตัดให้วงเดือนอย่างชำนาญ การผ่าตัดดำเนินไปอย่างเคร่งเครียด
ภูผานั่งไม่ติดเครียดมาก สว่างต้องจับไหล่ภูผาเพื่อปลอบใจ หนูนามองภูผาอย่างเข้าใจ แต่ก็อดที่จะรู้สึกเจ็บปวดไม่ได้
ม่านถูกรูดเปิดออก เมฆาในชุดผ่าตัดเดินออกมา ภูผารีบเข้าไปถามอย่างร้อนใจ
“เดือนเป็นยังไงบ้าง”
“เดือนปลอดภัยแล้ว”
ภูผาดีใจจะเข้าไป แต่เมฆายกมือดันอกยั้งไว้ ภูผาชะงัก
“พี่คงไม่ลืมที่สัญญากับผมไว้”
ภูผานิ่งงัน “ฉันไม่ลืมแน่”
ภูผาจะเข้าไป เมฆายอมปล่อยให้ภูผาเข้าไป ก่อนจะถอนหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย
วงเดือนที่ยังนอนสลบ ภูผาเข้ามายืนดูด้วยความโล่งใจ ภูผาลูบไล้ที่แก้มวงเดือนเบาๆ
“เดือน...ฉันรักเธอ”
เมฆายืนมองอยู่ด้านนอก มองจ้องอย่างหมายมาด
“แต่เธอต้องเป็นของฉันเท่านั้น”
ภูผามาเฝ้าวงเดือนที่ยังนอนไม่รู้สึกตัว เมฆาตามประกบมาดูอาการไม่ห่าง
ตกกลางคืน ภูผานั่งเฝ้าวงเดือนอยู่ข้างเตียง
“เดือน..ตื่นขึ้นมาเถอะ..ฉันรอเธออยู่นะเดือน” จับมือวงเดือน
มือวงเดือนขยับจับมือภูผานิดๆ ภูผาชะงักมองอย่างดีใจ
“เดือน…”
เมฆาเข้ามาดูอาการ
“เมฆา เดือนฟื้นแล้ว”
เมฆาบอกนิ่งๆ “ถ้าอย่างนั้นก็ถึงเวลาที่พี่ควรจะไปได้แล้ว” ภูผามองหน้าน้องชาย “ตามสัญญา”
ภูผามองวงเดือนที่เริ่มขยับตัวและกำลังจะตื่น
เมฆาย้ำ “พี่ผา”
ภูผายอมตัดใจเดินออกไป เมฆาขยับเข้ามายืนแทนที่ภูผา
วงเดือนค่อยๆ ลืมตาขึ้น ภาพในกรอบสายตาวงเดือนค่อยๆ ปรับโฟกัสจากเบลอเป็นชัดขึ้นๆ เห็นว่าเป็นเมฆายืนมองอยู่
วงเดือนไม่แน่ใจ “คุณเมฆา....” ขยับตัวแล้วรู้สึกเจ็บแปลบที่ช่องท้อง “โอ้ย”
“รถสองแถวที่เธอนั่งเกิดอุบัติเหตุ แต่ฉันผ่าตัดให้เธอแล้ว เธอปลอดภัยแล้วนะเดือน”
วงเดือน พยายามตั้งสติ “ทำไมคุณเมฆาถึงมาอยู่ที่นี่”
เมฆาคิดก่อนจะพูดอย่างชัดเจน “พี่ผาเรียกให้ฉันมารับเธอกลับแสนสมุทร”
วงเดือนเจ็บจี๊ดขึ้นมาภายในใจ “คุณภูผา”
“ใช่...พี่ผาเป็นคนเรียกฉันมาเอง”
“คุณภูผาคงต้องการจะให้เดือนกลับแสนสมุทรจริงๆ” วงเดือนน้ำตาร่วง
เมฆาเช็ดน้ำตาให้วงเดือน
“อย่าร้องไห้เลยนะ ถ้าเธออาการดีขึ้นเมื่อไหร่ ฉันจะพาเธอกลับบ้าน”
ที่สุดแล้ววงเดือนห้ามน้ำตาตัวเองไม่ได้ เมฆามองด้วยความสงสาร แต่ก็อดที่จะพอใจกับผลงานของตัวเองไม่ได้
เวลาเดียวกันอรุณผุดลุกผุดนั่ง อารมณ์หงุดหงิดมาก ชอุ่มถือถาดยาเอาเข้ามาให้ตามเวลา
“คุณอรุณทานยานะคะ”
อรุณอารมณ์เสียปัดถาดยากระเด็น แก้วน้ำตกกระจาย
“ฉันไม่กิน!”
ศรีดารากับอนุตลงมาจากข้าบนเข้ามาดูอรุณ
“อรุณ..เป็นอะไรลูก”
“แม่ครับ พี่เมฆาบอกว่าจะพาเดือนกลับมา แล้วทำไมเดือนยังไม่มาอีก” อรุณงอแงเอาแต่ใจ
อนุตทนไม่ไหว “หยุดนะอรุณ”
อรุณโมโห “พี่เมฆาหลอกผม ทุกคนหลอกผมใช่ไหม” ปัดข้าวของอาละวาด
อนุตตวาดเสียงดัง “อรุณ”
อรุณไม่ฟัง “หรือไม่จริง ทุกคนกำลังหลอกผม”
ศรีดาราพูดปลอบอรุณ “พี่เขาไม่ได้โกหกลูกนะ พี่เขากำลังพาเดือนกลับมาจริงๆ แต่ลูกต้องใจเย็น ๆ นะลูกนะ”
ศรีดาราจับอรุณนั่งให้สงบสติ
อรุณซบกับศรีดารา “ผมคิดถึงเดือนครับแม่”
อนุตมองสภาพของอรุณแล้วเครียดจัด หันมาหาชอุ่ม
“แล้วพฤกษ์อยู่ไหน”
“ไม่กลับบ้านหลายวันแล้วค่ะ”
“ไปตามโฉมไฉไลมา”
“คุณโฉมก็ไม่ได้กลับมาหลายวันแล้วเหมือนกันค่ะ” ชอุ่มบอก
อนุตหัวเสียหนัก “นี่มันอะไรกัน สองคนนั้นหายไปไหน”
พฤกษ์เดินมากับลูกน้องตรงทางเปลี่ยว เป็นลูกน้องคนละกลุ่มกับที่ออกเรือ สภาพพฤกษ์กึ่มๆ เห็นได้ชัด ในขณะที่ลูกน้องเมามายร้องเพลงเฮฮากันลั่น ทั้งกลุ่มเดินมาตามทาง กำลังจะกลับไปที่ท่าเรือ
อีกด้านหนึ่ง ในมุมสลัว โฉมไฉไลนั่งอยู่กับชายคนหนึ่ง กำลังนัวเนียกันอยู่
ลูกน้องพฤกษ์มองไปทางชายคนนั้น และโฉมไฉไล เม้าท์กันสนุก
“ไอ้พวกที่มาหลบมุมเปลี่ยวๆแบบนี้ ก็คงจะจู๋จี๋กันสนุกล่ะโว๊ย น่าอิจฉาจริงๆ”
ลูกน้องอีกคนมองไปแล้วชะงัก สะกิดพฤกษ์ “แต่นายครับ..ผู้หญิงคนนั้น...”
พฤกษ์มองตามเห็นโฉมไฉไลอยู่กับชายคนดังกล่าว กำลังนัวเนียกันได้ที่ โฉมไฉไลก็ปล่อยตัวยอมให้ชายคนนั้นกอดจูบลูบไซร้
“นั่นเมียนายนี่ครับ”
พฤกษ์เลือดขึ้นหน้า พุ่งตรงเข้าไปกระชากโฉมไฉไลสุดแรง
โฉมไฉไลหันมาตกใจ “พฤกษ์”
พฤกษ์กระชากชายคนนั้น ออกมาแล้วต่อยจนคว่ำ พฤกษ์ตามไปเตะต่อยไม่ยั้ง โฉมไฉไลตกใจ
“พอแล้ว! พฤกษ์”
โฉมไฉไลพยายามจะห้ามพฤกษ์ พฤกษ์ต่อยสาแก่ใจแล้วลุกขึ้นหันมาทางโฉมไฉไล โฉมไฉไลหวั่นๆ พฤกษ์กระชากตัวโฉมไฉไลออกไป
พฤกษ์กระชากลากโฉมไฉไลอย่างไม่ปรานี โฉมไฉไลพยายามจะสะบัดมือออกจนสำเร็จในที่สุด
“ละอายใจบ้างไหมที่ทำตัวเป็นผู้หญิงข้างถนนแบบนี้แล้วสำนึกซะบ้างว่ามีฉันเป็นผัวอยู่ทั้งคน” พฤกษ์ด่าอย่างเหลืออด
“ทำไมฉันจะต้องละอาย ก็ผัวมันไม่สนใจ ฉันก็ต้องหาคนที่สนใจฉัน ฉันขาดอะไรก็ต้องหามาทดแทน ขาดเงินก็หาเงิน ขาดผัวก็หา...” โฉมไฉไลค้างคำว่า... ผัวไว้
พฤกษ์โมโหมากง้างมือจะตบ
โฉมไฉไลท้าทายทันที “ก็เอาสิ ดีแต่รังแกผู้หญิง ไอ้ขี้เหล้า”
พฤกษ์ง้างมือกำแน่นอย่างพยายามห้ามตัวเองเต็มที่ “ฉันไม่น่าแต่งงานกับผู้หญิงแพศยาอย่างเธอเลย”
โฉมไฉไลเยาะ “ถ้าไม่ใช่เพราะเมฆา ผู้ชายโง่ๆ อย่างคุณก็ไม่เคยอยู่ในสายตาฉันเหมือนกัน”
พฤกษ์อึ้ง “เธอว่าอะไรนะ”
“คนโง่อย่างคุณเทียบเมฆาไม่ได้สักนิด ฉันบีบน้ำตาสองสามทีก็หลอกคุณได้แล้ว” มองอย่างหยามหมิ่น “คุณมีดีก็แค่เป็นลูกคนโตแสนสมุทร แต่ไม่มีเงิน ไม่มีอำนาจ ไม่มีอะไรสักอย่าง! แม้แต่สมอง”
“โฉม” พฤกษ์ตวาด โกรธจัด “ฉันก็ไม่อยากมีเมียหน้าเงินอย่างเธอเหมือนกัน ฉันจะหย่ากับเธอ”
โฉมไฉไลยิ้มเยาะ “ฉันหย่าแน่ แต่ต้องเป็นวันที่คุณได้สมบัติทั้งหมดของแสนสมุทรก่อนนะ แบ่งสินสมรสครึ่งหนึ่งมันถึงจะคุ้มกับการหย่าหน่อย ไม่งั้นก็อย่าฝัน”
พฤกษ์มองโฉมไฉไลอย่างรังเกียจ คับแค้นใจ
วงเดือนกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงคนไข้ วงเดือนนั่งซึมคิดถึงภูผา
ภูผามายืนแอบมองอยู่ตรงระเบียงหน้าห้อง อย่างเป็นห่วง เมฆาเข้ามาด้านหลังภูผา
“พี่ผา”
ภูผาชะงักหันมา
“ฉันแค่อยากเห็นว่าเดือนปลอดภัย”
“ไม่ต้องห่วงเดือนหรอก เธอมีผมอยู่ทั้งคน คนที่น่าเป็นห่วงคือพี่มากกว่าผมไม่อยากให้พี่มาที่นี่อีก”
ภูผานิ่งงัน
“ห้ามยุ่งกับเดือนอีก”
ภูผาไม่ตอบเดินออกไป เมฆามองวงเดือนอย่างหมายมาด
ครู่ต่อมาเมฆาเข้าไปหาวงเดือนในห้องพัก
“เดือน”
วงเดือนกระพริบไล่น้ำตาที่คลอหันมาหาเมฆา
“คุณเมฆาคะ เดือนอยากกลับแสนสมุทร”
“ได้ ถ้างั้นพรุ่งนี้เราจะออกเดินทาง แต่ถ้าเธอยังเจ็บแผล”
“เดือนอยากกลับค่ะ อยากไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด”
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น