วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2555

อ่านรักเกิดในตลาดสด ตอนที่ 7

 ในห้องคาราโอเกะ ร้านอาหารที่เลี้ยงปิดกล้องคืนนั้น ทุกคนกำลังชนแก้วกัน กิมฮวยอยู่ในอาการเมาไปเรียบร้อย
       
       “ชนให้กับเอ็มวีที่น่ารักที่สุดของพวกเรา” นุ้ยเอ่ยขึ้น
       “งั้นก็ชนอีกทีให้กับนางเอกเอ็มวีที่สวยที่สุดอย่างกิมลั้งลูกแม่กิมฮวย” กิมฮวยเอ่ยขึ้นด้วยอาการเมา
       ทั้งหมดชนแก้วกันอีกครั้งตามคำร้องของกิมฮวย หลังจากชนแล้ว ขณะจะเอาแก้วเข้าปาก กิมฮวยมือไม้อ่อนเกือบทำแก้วตก ดีที่กิมลั้งรับไว้ทัน
       “ม้า ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องดื่มแล้ว” กิมลั้งพูดแล้วรีบดึงแก้วไวน์ออก แต่กิมฮวยรีบตะครุบ
       “ใคร ใครบอกว่าอั๊วไม่ไหว นี่อานุ้ย ขอบใจมากเลยนะที่พาอั๊วมารู้จักที่ใหม่ๆ รสชาติใหม่ๆ”
       กิมฮวยเมาจนแทบคุมสติไม่อยู่
       “ด้วยความยินดีค่ะเจ๊ อ้อ แต่มีเรื่องใหม่ๆอีกเรื่องที่เจ๊ต้องทำ ไม่งั้นก็เหมือนไม่ได้มาที่นี่”
       นุ้ยกดรีโมทไปที่จอทีวี แล้วเพลงคู่ยอดฮิตยุคกิมฮวย
       “เพลงนี้นุ้ยเตรียมไว้ให้เจ๊โดยเฉพาะเลยนะคะ” นุ้ยส่งไมค์ให้กิมฮวยทันที
       “อ๊ายๆ อานุ้ย ถูกใจอั๊วมาก” กิมฮวยรีบคว้าไมค์ไปร้องอย่างคึกคัก
       นุ้ยเริ่มต้นร้องเพลงด้วยเสียงเป็นผู้ชายเต็มตัว จนทุกคนต้องเซอร์ไพร์ส พอถึงคราวกิมฮวยร้อง เธอร้องด้วยความเมามัน
       “เอ๊ะ อั๊วว่าเราขาดอะไรไปมั้ย” กิมฮวยเอ่ยขึ้น
       “อะไรคะเจ๊” นุ้ยเอ่ยถาม
       “เพลงมันขนาดนี้ ทำไมไม่มีแดนเซอร์เต้นประกอบ” กิมฮวยว่า
       นุ้ยหันไปหาคนที่เหลือ
       “เอาทุกคนช่วยกันหน่อยเร้ว วู้ว” นุ้ยบอกทุกคน
       ณดาลุกขึ้นไปหาต๋องอย่างได้โอกาส
       “เรามาแทคทีมเสริมบรรยากาศให้เจ๊กิมฮวยหน่อยดีกว่านะคะ” ณดาเอ่ยขึ้น
       “เอ่อ ครับ” ต๋องตอบอย่างเกรงใจกิมลั้ง แอบมองไปอย่างกังวลแต่ต้องลุกเต้นเพื่อมารยาท
       ณดายิ้มร่าควงแขนต๋องออกไปเต้น กิมลั้งเห็นแล้วใจเต้นไม่เป็นส่ำแต่พยายามทำให้เป็นปกติ ศักดิ์ชายเห็นอาการดี๊ด๊าของณดาแล้วเจ็บใจ รีบหันไปที่กิมลั้ง
       “กิมลั้ง ไป เราจะมานั่งอยู่เฉยๆทำไมล่ะ”ศักดิ์ชายรีบคว้ามือกิมลั้งไปแบบไม่รอคำตอบ
       ต๋องหันมาเห็นกิมลั้งเต้นคู่กับศักดิ์ชายเริ่มเสียอาการไปเหมือนกัน ทั้งสองคู่ต่างแอบมองกันแบบไม่เป็นสุข ยกเว้นณดาที่ร่าเริงจนเกินเหตุ
     
       เวลาเดียวกันนั้น เคี้ยงนั่งกินข้าวต้มริมทางอยู่ ครู่หนึ่งเสียงมือถือดังขึ้น เคี้ยงหันไปพูดกับคนข้างๆ
       “แป๊บนึงนะ” เคี้ยงเดินปลีกตัวมารับโทรศัพท์
       “ว่าไงลูก กิมแช” เคี้ยงตอบปลายสาย
       “ป๊าจะกลับบ้านกี่โมงกี่โมงอ่ะ” กิมแชถาม
       “คงสักพัก ป๊ายังคุยธุระกับเพื่อนอยู่เลย” เคี้ยงตอบ
       “งั้นก็รีบๆนะป๊า นี่ม้ากับเจ้ก็ยังไม่กลับเลย” กิมแชว่า
       กิมแชกดวางสายอย่างจ๋อยๆแล้วคิดอะไรบางอย่างในใจ จึงกดมือถืออีกครั้ง กิมแชส่งข้อความถึงจาตุรงค์ว่า “อย่าลืมทานยาให้ครบมื้อนะคะ จะได้หายไวๆ”
       “หลับฝันดีนะจ๊ะพี่รงค์ แล้วพบกับกิมแชโฉมใหม่ในเร็วๆนี้นะ” กิมแชเอ่ย
       แล้วหยิบรีโมททีวีเต้นแอโรบิก และเธอเต้นตามอย่างมุ่งมั่น
     
       ที่ร้านอาหาร ทุกคนยังสนุกสนานกับงานเลี้ยงปิดกล้อง
       “หมดแรงแล้วใช่มั้ยคะเจ๊ นั่งพักเติมน้ำก่อนละกันนะคะ” นุ้ยดึงมือกิมฮวยให้นั่งลง แต่กิมฮวยลุกขึ้นยืนเด้งขึ้นอีก
       “ไม่ๆ อั๊วยังสนุกอยู่เลย จัดเพลงซึ้งๆแบบร่วมสมัยให้อั๊วซักเพลงซิ อานุ้ย เดี๋ยวเด็กมันจะหาว่าอั๊วแก่” กิมฮวยตอบ นุ้ยกดรีโมทด้วยความว่องไว
       “งั้นดีเจนุ้ยขอเลือกเพลงนี้ให้เจ๊กิมฮวยแม่กิมลั้งละกันนะคะ”
       อินโทรเพลงใหม่ขึ้น แดนเซอร์จำเป็นเดินกลับมาหย่อนก้นนั่งที่เก้าอี้
       “ไม่ๆ” กิมฮวยเสียงดังจนต๋อง กิมลั้ง ณดา และศักดิ์ชายหันมามอง
       “ไม่ชอบเพลงนี้เหรอคะ” นุ้ยถาม
       “ไม่ใช่ อั๊วห้ามไม่ให้พวกแดนเซอร์นั่งต่างหาก พวกลื้อต้องเต้นประกอบเพลงของอั๊วก่อน แบบนี้”
       กิมฮวยเอื้อมไปเอามือนุ้ยทั้งสองข้างมาโอบเอวตัวเอง แล้วเอามือข้างหนึ่งไปคล้องคอนุ้ยเป็นการสาธิต นุ้ยถึงกับอึ้งไปเหมือนกัน ต๋อง กิมลั้ง ณดา และศักดิ์ชายมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ทำท่าจะลงนั่งกันอีกครั้ง แต่กิมฮวยหันมาตวาด
       “อย่านั่ง”
       ต๋อง กิมลั้ง ณดา กับศักดิ์ชายสะดุ้ง ณดาทำท่าจะเดินไปหาต๋อง แต่ศักดิ์ชายรีบเข้าไปคั่นกลาง
       “สลับคู่กันบ้างนะต๋อง”
       ศักดิ์ชายเข้าโอบเอวณดาดึงไปเต้นเองมุมหนึ่ง กิมฮวยร้องเพลงไปเต้นรำไป ณดาสะบัดสะบิ้ง
       “อะไรของคุณเนี่ย” ณดาเอ่ยขึ้น
       “ทำตัวให้มันเป็นปกติน่ะ อยากให้คนอื่นก็รู้รึไงว่าเราเป็นอะไรกัน” ศักดิ์ชายเอ่ย
       ณดายอมสงบแต่แอบเหยียบเท้าศักดิ์ชายแรงๆหนึ่งทีด้วยความเจ็บใจ
       “โอ๊ย” ศักดิ์ชายเจ็บ แต่แก้แค้นด้วยการกอดณดาแน่น
     
       ต๋องกับกิมลั้งยังยืนมองกันอย่างงงๆ
       “ไม่เป็นไรหรอก ถ้าต้องเต้นกับเธอ ม้าชั้นไม่ยอมอยู่แล้ว” กิมลั้งว่า
       “ม้าไม่ยอม หรือเธอไม่กล้ากันแน่” ต๋องรู้สึกเหมือนถูกปฏิเสธ
       “แล้วชั้นต้องกลัวอะไร” กิมลั้งเอ่ย
       “ ก็กลัวหวั่นไหวเวลาที่ต้องอยู่ใกล้ชั้นน่ะซิ” ต๋องโพล่งขึ้น
       “งั้นก็ดูแล้วกันว่าชั้นจะหวั่นไหวมั้ย” กิมลั้งเอ่ย
       กิมลั้งเอื้อมแขนไปคล้องคอต๋องเองหมือนคนโดนหยามไม่ได้ ต๋องเอื้อมไปจับเอวกิมลั้ง ต่างคนต่างจ้องตากันราวกับจะแข่งว่าใครจะกระพริบตาก่อน แต่ในใจลึกๆแอบมีความสุขด้วยกันทั้งคู่
       ระหว่างนั้นพอนุ้ยหันไปเห็นต๋องกำลังเต้นกับกิมลั้งจึงรีบพลิกตัว กิมฮวยให้หันหลัง พอกิมฮวยหันหลัง นุ้ยรีบจับศีรษะกิมฮวยกดลงบนบ่าตนเอง
       “สโลว์ซบไงคะเจ๊ จะได้ครบสูตร”
       นุ้ยกลบเกลื่อน เพื่อช่วยต๋องให้ได้เต้นรำกับกิมลั้ง กิมฮวยเมาจนไม่รู้เรื่อง ได้แต่ร้องเพลงต่ออย่างอารมณ์ดีเพราะไม่ได้ปลดปล่อยอารมณ์อย่างนี้มาก่อน
     
       งานเลี้ยงปิดกล้องที่ร้านอาหารจบลง ทุกคนแยกย้ายออกมาหน้าร้านเตรียมกลับบ้าน กิมฮวยเมามาย ยืนโซเซกิมลั้งต้องคอยประคองไว้ตลอดเวลา
       “ขอบคุณพี่นุ้ยมากเลยนะครับสำหรับอาหารมื้ออร่อย แล้วก็บรรยากาศดีๆ” ต๋องเอ่ยขึ้น
       “ใช่ๆ ขอบคุณมากนะอานุ้ย” กิมฮวยลืมตาไม่ขึ้นแต่พยายามพูด
       “ไม่เป็นไรค่ะ วันหลังถ้ามีโอกาสเราต้องมาสังสรรค์กันอีกนะคะ อุย แต่ตอนนี้นุ้ยคงต้องขอตัว มีคิวไปตัดต่อรายการที่บริษัท แล้วเจอกันนะคะ”นุ้ยลาทุกคนแล้วเดินออกไป
       “ไป อากิมลั้ง คราวนี้เรากลับบ้าง” กิมฮวยดันเดินไปคนละทิศกับรถที่จอดอยู่
       “รถอยู่นี่ม้า แล้วจะขับรถไหวมั้ยเนี่ย” กิมลั้งร้องทักแล้วรีบประคองกิมฮวย
       “ไหวซิ ทำไมจะไม่ไหว” กิมฮวยรีบสะบัด
       “เห็นมั้ยอั้วยังเดินปร๋อ อ้วก” กิมฮวยพยายามเดินโชว์ แต่ไม่ทันไรก็อาเจียนออกมา
       “ม้า” กิมลั้งรีบวิ่งเข้ามาหา
       “แม่เธอคงไม่ไหวแล้วล่ะ แล้วเธอจะขับรถกลับบ้านเองได้มั้ยเนี่ย” ต๋องโพล่งขึ้น
       “ก็ต้องค่อยๆไปเพราะชั้นยังขับรถไม่แข็ง” กิมลั้งตอบ
       “ต๋องก็ขับไปส่งกิมลั้งหน่อยซิ ปลอดภัยกว่า” ศักดิ์ชายรีบแทรกขึ้น
       “แต่ชั้นว่าคุณไปส่งดีกว่านะ ให้ต๋องไปกับเจ๊กิมฮวยเดี๋ยวก็เป็นเรื่อง” ณดารีบขัด
       “โอ๊ย คุณดูสภาพน้ากิมฮวยตอนนี้ซิ เมาขนาดนี้ไม่รู้ใครเป็นใครแล้ว ที่สำคัญบ้านต๋องเค้าก็อยู่ใกล้ๆกิมลั้ง จะได้กลับสะดวก ดีมั้ยกิมลั้ง” ศักดิ์ชายว่า
       “เอ่อ ถ้างั้นก็ได้” กิมลั้งกับต๋องเข้าไปช่วยประคองกิมฮวย
       “เฮ้ย” กิมฮวยตกใจร้องลั่น
       ทุกคนตกใจคิดว่าต๋องโดนกิมฮวยเล่นงานแน่
       “พ่อรูปหล่อนี่เป็นใครน่ะ” กิมฮวยเมาจนจำต๋องไม่ได้
       “ชั้นก็เป็นคนที่จะช่วยพาน้ากลับบ้านไงจ๊ะ” ต๋องตามน้ำ
       “ต๊าย หล่อแล้วยังพูดเพราะอีก ว่าแต่รูปหล่อจะไปส่งพี่ทำไม คิดอะไรกับพี่รึเปล่า” กิมฮวยเมา พูดเล่นกับต๋องแบบไม่เคยทำมาก่อน
       “ปละ เปล่านะครับ” ต๋องอึกอัก
       “เหรอ ? รูปหล่อไม่คิดแต่พี่คิดนะ เธอทำให้ชั้นรู้สึกเหมือน ตอนสิบสี่ ตอนที่ชั้นมีแฟนคนแรก.....” กิมฮวยฮัมเพลงด้วยความเมา
       “รีบๆกลับบ้านกันเถอะม้า” กิมลั้งอายที่แม่เมาจนจำอะไรไม่ได้
       ต๋องกับกิมลั้งช่วยกันจูงกิมฮวยไปที่รถ ณดาไม่พอใจใจ ศักดิ์ชายยืนยิ้มเยาะเย้ยอยู่ยิ่งทำให้เธอโมโหขึ้นจนรีบกระแทกเท้าเดินกลับ ไปที่รถตัวเอง
     
       ณดาเดินออกมาหน้าร้านอาหาร ศักดิ์ชายเดินตามมาแดกดัน
       “ทำไม โกรธเหรอที่แผนล่อลวงต๋องกลับบ้านด้วยถูกขัดขวาง” ศักดิ์ชายเยาะ
       “ถ้าต๋องไม่ได้กลับกับชั้นก็อย่านึกว่าคุณจะได้กลับด้วยเลย” ณดาสวน
       “โธ่ อย่างกับผมพิศวาสอยากจะกลับกับคุณนักนี่” ศักดิ์ชายเอ่ยสวนทันที
       ณดาขึ้นรถไปด้วยความโมโห แต่พอสตาร์ท รถดันไม่ติดเอาดื้อๆ ศักดิ์ชายเห็นแล้วหัวเราะเยาะ แล้วเดินออกไปแบบไม่สนใจ ณดาเริ่มใจเสีย รีบสตาร์ทรถใหม่จนติดในที่สุดแล้วรีบขับรถออกไปพอขับรถผ่านศักดิ์ชายที่ กำลังเดินอยู่ ณดาชะลอพร้อมกับลดกระจกแล้วส่งสายตาเยาะเย้ยให้ศักดิ์ชายอย่างหยามหยัน รถณดาขับผ่านศักดิ์ชายไปได้ไม่เท่าไหร่ เครื่องกระตุกดับขึ้นมาอีกครั้ง
       “ถ้าอยากให้ช่วย ก็ขอร้องอ้อนวอนผมดีๆ” ศักดิ์ชายเดินตามมาพูดกับณดาข้างกระจกซึ่งยังเปิดค้างไว้อย่างเป็นต่อ
       “ไม่” ณดาสวนขึ้นทันที
       “ก็ตามใจ งั้นเดี๋ยวก็รอให้คนแถวนี้มาช่วยแล้วกัน แต่ระวังพวกมิจฉาชีพที่สวมรอยเป็นพลเมืองดีหน่อยนะ พอมันช่วยคุณแล้วมันอาจจะให้คุณช่วยทำอะไรบางอย่างเป็นการตอบแทนก่อนจะถีบ คุณทิ้งไว้ข้างถนน แล้วก็เชิดรถคุณไปเป็นที่ระลึก” ศักดิ์ชายขู่
       ศักดิ์ชายยกมือขึ้นบ๊ายบาย ณดานั่งหวาดผวากับสิ่งที่ศักดิ์ชายพูดอย่างอึ้งๆ พอได้สติเห็นศักดิ์ชายเดินจากไปไกลแล้ว เหลียวมองซ้ายขวาเห็นชายหน้าตาหื่นกามมองมา ณดาจึงรีบลงจากรถแล้ววิ่งไปตามศักดิ์ชาย
       “คุณ เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งไป” ณดาตะโกนเรียกศักดิ์ชายด้วยความกลัว
     
       เวลาเดียวกันนั้น ต๋องเป็นขับรถพากิมลั้งและกิมฮวยที่เมามายกลับมาบ้าน กิมฮวยนอนสะลืมสะลือเอาหัวพิงกระจกอยู่ที่เบาะหลัง ยิ้มมีความสุขอยู่คนเดียว กิมลั้งนั่งอยู่ข้างต๋องขับรถอยู่ท่ามกลางความเงียบ ทั้งคู่หันมามองกันโดยไม่ได้นัดหมาย ก่อนที่ต่างคนต่างผละมองไปด้านหน้ารถแทน
       “ยังไงก็ขอบคุณนะที่อุตส่าห์มาช่วยขับรถให้” กิมลั้งพูดขึ้น เพื่อคลายบรรยากาศ
       “ฟังแล้วสะเทือนใจชอบกล รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนอื่นคนไกลยังไงบอกไม่ถูก”
       ต๋องตอบกลับอย่างน้อยใจ
       “ที่ผ่านๆมาเธอก็พยายามทำให้มันเป็นอย่างนั้นอยู่ไม่ใช่เหรอ” กิมลั้งรีบสวน
       ต๋องอึ้ง แล้วแอบมองกิมฮวยที่หลับอยู่ผ่านกระจกมองหลัง
       “ชั้นไม่รู้จะพูดกับเธอยังไงดี” ต๋องเอ่ย
       “เธอไม่ต้องพูดหรอก การกระทำต่างหากที่บอกอะไรๆได้ชัดเจนกว่า” กิมลั้งเอ่ย
       ต๋องพูดต่อไม่ได้ จำต้องเงียบไป
       ในขณะที่รถกำลังเลี้ยว ศีรษะของกิมฮวยกระแทกกับกระจกนิดนึงจึงทำให้สะดุ้งตื่นขึ้นมาเห็นเคี้ยงที่ นั่งกินข้าวอยู่กับกลุ่มเพื่อน และนั่งติดกับเบิร์ด หญิงสาวสวยคนเดียวของโต๊ะ แต่งตัวสวยดูดี
       กิมฮวยหันมาเห็นตอนที่เบิร์ดกำลังตักอาหาร เติมน้ำใส่แก้วให้เคี้ยงอยู่อย่างเอาอกเอาใจ เคี้ยงดูเหมือนจะพึงใจอยู่ไม่น้อย
       “เฮียเคี้ยง” กิมฮวยรำพึงรำพันกับตัวเองเบาๆ
       จู่ๆกิมฮวยยิ้มขึ้นก่อนจะหลับไปเพราะความเมาอีกครั้ง
     
       คืนนั้น ต๋องขับรถเข้ามาจอดในบ้านกิมฮวย แล้วช่วยกิมลั้งเอากิมฮวยลงจากรถ
       ครู่หนึ่ง กิมแชที่เพิ่งปิดประตูรั้วเสร็จวิ่งมาช่วย
       “ทำไมเมาขนาดนี้เนี่ย เกิดมาอั๊วไม่เคยเห็นม้าเป็นแบบนี้เลย” กิมแชเอ่ยขึ้น
       “ขอบคุณนะพ่อรูปหล่อที่มาส่งพี่ถึงบ้าน แวะเข้าไปดื่มน้ำชากันก่อนไปๆ”
       กิมฮวยพูดแล้วหันไปจับหน้าจับตาต๋องด้วยความเอ็นดู ซ้ำเมาจนจูงมือต๋องอย่างรักใคร่ กิมแชมองหน้ากิมลั้งงงว่าเกิดอะไรขึ้น
       “ม้า รูปหล่อเค้าต้องกลับบ้านแล้ว มันดึกมากแล้ว” กิมลั้งตามไปขวางทางกิมฮวยไว้
       “เอ้า ถ้าดึกแล้วก็นอนค้างกันซะที่นี่” กิมฮวยเอ่ยขึ้น
       “เฮ้ย” กิมแชตกใจ
       กิมฮวยจะลากต๋องเข้าบ้านอีก
       “เอ่อ คงไม่ได้หรอกครับน้า คนที่บ้านผมรออยู่” ต๋องรีบปฏิเสธ
       “ที่บ้านน่ะใคร ? เมียเหรอ” กิมฮวยถามกลับ
       “ผมยังไม่มีเมียครับ” ต๋องตอบกลับ
       กิมฮวยรีบจับตัวต๋องแล้วถาม
       “แล้วอยากมีมั้ย”
       “เอ่อ” ต๋องเริ่มกลัว
       “ถ้าอยาก อั๊วจะได้ยกลูกสาวให้” กิมฮวยดึงมือต๋องกับมือกิมลั้งมาจับกัน ทั้งคู่ตกใจมาก แต่สภาพเมาหนักจึงเข้าใจว่ากิมลั้งเป็นกิมแช
       “นี่น่ะกิมแช อียังไม่มีผัว ถึงอีจะอ้วนแต่อีก็ทำกับข้าวเก่งน้า รับรองชาตินี้ลื้อไม่อดตาย มองตาวาวเชียว ลื้อชอบอีใช่มั้ย งั้นแต่งงานกันเดี๋ยวนี้เลย เอ้า คุกเข่าคำนับฟ้าดิน” กิมฮวยพยายามจะดันต๋องกับกิมลั้งให้นั่งลงพื้นเพื่อคารวะฟ้าดินให้ได้
       “เข้าบ้านเถอะม้า” กิมแชมาช่วยพยุงกิมฮวยเข้าบ้าน
       “อย่ายุ่งน่ะอากิมลั้ง เห็นมั้ยว่าอั๊วกำลังหาผัวให้น้องลื้ออยู่” กิมฮวยเมาจนสับสนจำลูกไม่ได้
       “โธ่ม้า จะให้เค้ามาทำพิธีกันในโรงรถได้ไง ถ้าจะทำก็ไปทำในบ้านนู้น ไป เดี๋ยวม้าเข้าไปเตรียมสถานที่กับอั๊ว” กิมแชแกล้งตามน้ำไป
       “ก็ได้ๆ ดีเหมือนกัน” กิมฮวยพูดจบยอมเดินเข้าบ้าน
       กิมแชส่งซิกให้กิมลั้งพาต๋องออกไป ส่วนกิมแชพยายามพากิมฮวยเข้าบ้าน กิมลั้งมองต๋องด้วยความอายในความเมาของกิมฮวย
       “ขอโทษด้วยนะที่ม้าเป็นหนักขนาดนี้” กิมลั้งเอ่ยขึ้น
       “เลิกพูดคำว่าขอโทษ ขอบคุณกับชั้นได้แล้วนะ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเธอน่ะชั้นเข้าใจทุกอย่าง”
       ต๋องเอ่ยขึ้น
       “ถ้าเธอเข้าใจ อะไรๆมันคงไม่เปลี่ยนไปแบบนี้หรอก” กิมลั้งยิ้มจางลง
       “กิมลั้ง....” ต๋องพูดไม่ออก
       กิมลั้งเปิดประตูรั้วให้ต๋องกลับบ้าน
       “เธอกลับบ้านเถอะ คืนนี้ชั้นเหนื่อยแล้ว” กิมลั้งเอ่ย
       ต๋องพยักหน้ารับอย่างเศร้าๆ กิมลั้งมองตามต๋องออกไปด้วยความรู้สึกโหวงเหวงในใจ ต๋องจะหันหลังกลับมา กิมลั้งรีบชิ่งหันหลังหนี ปิดประตูรั้ว แล้วเดินเข้าบ้านไปอย่างฝืนใจตัวเอง
     
       กิมแชส่งกิมฮวยเข้าห้องนอน กิมลั้งเดินเข้ามาดูแม่ตัวเองด้วยความเป็นห่วง
       “นี่ม้ายอมให้ลื้อพาขึ้นมาถึงนี่ได้ไง” กิมลั้งถามขึ้น
       “อั้วหลอกม้าว่าให้มาแต่งตัวเข้าพิธีน่ะ พอมาถึงห้องอั๊วก็จัดการเปิดแอร์ใส่ นวดกระตุ้นต่อมเคลิ้มให้ ผลก็เลยออกมาอย่างที่เห็น” กิมแชว่า
       “เฮ้อ ไม่คิดเลยนะว่าฤทธิ์ไวน์จะทำให้ม้าเป็นขนาดนี้” กิมลั้งเอ่ยขึ้น
       “ที่จริงเจ้น่าจะดีใจนะ เพราะเมาแล้วดูม้าจะพิศวาสพี่ต๋องเป็นพิเศษ คิดแล้วก็ขำ” กิมแชพูดแล้วขำ
       “ทำไปเพราะความเมาน่ะซิ เอ่อนี่ พรุ่งนี้อย่าหลุดปากบอกม้าเด็ดขาดนะว่าต๋องมาส่ง ไม่งั้นล่ะแผลงฤทธิ์บ้านแตกแน่” กิมลั้งเอ่ย
       “แหม รู้งี้เมื่อกี้หลอกให้ม้าทำพิธีแต่งงานให้เจ้กับพี่ต๋อง แล้วส่งเข้าห้องหอไปให้เรียบร้อยเลยก็ดี ตื่นขึ้นมาม้าจะได้ช็อก” กิมแชเอ่ยขึ้น
       “พูดเรื่อยเปื่อยน่ะกิมแช” กิมลั้งแกล้งดุน้อง
       กิมแชหัวเราะ แต่กิมลั้งไม่ได้ยินดียินร้ายกับสิ่งที่น้องสาวพูด เพราะในใจยังหาสาเหตุที่ต๋องเปลี่ยนไปไม่เจอ
     
       เวลาเดียวกันนั้น ศักดิ์ชายขับรถมาส่งณดาเกือบจะถึงประตูรั้ว
       “จอดตรงนี้ล่ะจอดตรงนี้” ณดารีบบอกให้จอดเพราะกลัวใครมาเห็น
       ศักดิ์ชายเบรกรถทันทีจนณดาแทบหน้าคะมำ
       “ทำไม ตกลงว่าคนที่ช่วยให้คุณกลับบ้านโดยปลอดภัยนี่ไม่มีสิทธิ์ไปโผล่หน้าแม้แต่ประตูรั้วเลยใช่มั้ย” ศักดิ์ชายเอ่ยกลับ
       “เอาไป ค่าเหนื่อย” ณดาเปิดกระเป๋าหยืบเงินส่งให้
     
       “แม่คุณสอนให้เป็นคนแบบนี้เหรอ ผมจะได้ไปกดกริ่งถามเดี๋ยวนี้เลย” ศักดิ์ชายรับเงินมาแล้วโยนใส่ณดา ศักดิ์ชายเปิดประตูจะลงไป ณดารีบคว้าไว้
       “เดี๋ยว ชั้นก็แค่อยากจะบอกว่า ขอบคุณ” ศักดิ์ชายเอ่ย
       “ขอบคุณค่ะ....” ณดาจำยอมกัดฟันพูดให้อ่อนโยนขึ้น
       “ขอบคุณค่ะ” ศักดิ์ชายแกล้งลูบหัวณดา
       “มันก็แค่นั้นล่ะ แต่ถ้าจะให้ดีคุณควรจะเลี้ยงกาแฟผมซักแก้วก่อนกลับนะ”
       ศักดิ์ชายเอ่ยขึ้น ณดากระชากมือออก แล้วปรี๊ดแตกอีก
       “พอแล้ว!”
     
       เช้าวันใหม่ เคี้ยงนั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่บ้าน ครู่หนึ่งกิมฮวยในอาการแฮงค์เดินลงมาจากข้างบน
       “เอ้า ตื่นแล้วเหรอ ไหวมั้ย เห็นลูกบอกว่าลื้อเมามาก” เคี้ยงเอ่ยขึ้น
       “ ท่าทางจะมากจริงๆน่ะเหละ ไม่งั้นเมื่อคืนอั๊วคงไม่ตาฝาดเห็นลื้อนั่งกินข้าวจู๋จี๋อยู่กับผู้หญิงที่ ร้านข้าวต้ม” กิมฮวยเอ่ยขึ้น
       เคี้ยงถึงกับสำลักกาแฟ
       “เอาเฮีย เป็นอะไรไปเนี่ย” กิมฮวยถามกลับ
       “อ๋อ ก็ขำลื้อไง เมาจนประสาทหลอน คนไม่เคยกินเหล้าก็เป็นอย่างนี้ล่ะ” เคี้ยงกลบเกลื่อน
       “ใครบอกว่าอั๊วกินเหล้า อั๊วกินไวน์” กิมฮวยเอ่ยตอบ
       “มันก็เหมือนกันน่ะล่ะ” เคี้ยงสวน
       “แต่เค้าว่าไวน์มันช่วยทำให้เลือดลมดีไม่ใช่เหรอ” กิมฮวยถามต่อ
       “ใช่ แต่ต้องกินพอเป็นกระษัย ไม่ใช่กินหัวราน้ำแบบลื้อ” เคี้ยงว่า
       “วันหลังเฮียซื้อมาทิ้งๆไว้ที่บ้านบ้างซิ กินไวน์แล้วมันก็ดีเหมือนกันนะ อั๊วรู้สึกว่าสมองมันผ่อนคลาย สบายตัวดี” กิมฮวยเอ่ยขึ้น
       “ก็เพราะที่ผ่านมาลื้อใช้ชีวิตเครียดกับทุกเรื่องรอบตัวมากเกินไปไง กิมฮวย บางอย่างถ้าลื้อปล่อยวางได้มันก็ไม่ต้องอาศัยวงไวน์อะไรมาช่วยหรอก” เคี้ยงบอก
       “พูดก็เข้าตัวน่ะเฮียเคี้ยง ที่อั๊วต้องเครียดแบบนี้ ก็เป็นเพราะวันๆลื้อไม่ยอมเครียดอะไรบ้างเลยไง พูดแล้วก็เครียด ไป ไปส่งอั๊วได้แล้ว”
       กิมฮวยเอ่ยอย่างลอยๆ ในขณะที่เคี้ยงเริ่มสีหน้าวิตกกังวล
     
       เวลาต่อจากนั้น มุมหนึ่งของร้านขายของส่งของเต็กกอ เคี้ยงเล่าให้เต็กกอฟังเรื่องที่กิมฮวยเห็นนั่งอยู่ในร้านข้าวต้มจนอีกฝ่าย ขำกลิ้ง
       “เสร็จแล้วอาเคี้ยง ลองอากิมฮวยเห็นลื้อ เดี๋ยววันหลังได้ตามไปดักเจอที่ร้านข้าวต้มแน่” เต็กกอหัวเราะ
       “ไม่หรอก อีคิดว่าอีเมาเลยเห็นภาพไปเองน่ะ” เคี้ยงปลอบใจตัวเอง
       “อั๊วว่าไม่นานความลับลื้อต้องแตกแน่ มันปิดไปไม่ได้กี่น้ำหรอกวะ” เต็กกอว่า
       “ไม่ได้ อั๊วจะให้กิมฮวยรู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาดเต๊กกอ” เคี้ยงรีบบอก
       “แต่ถ้าลื้อต้องทำตัวมีลับลมคมในแบบนี้ไปนานๆ ใครจะไม่สงสัยวะ” เต็กกอเอ่ย
       “แต่อั๊วปิดมาได้จนถึงวันนี้ไม่ใช่เหรอ เพียงแต่ต้องยืมชื่อลื้อไปใช้แอบอ้างหน่อยเท่านั้นเอง”เคี้ยงพยายามอธิบาย
       “อ้างน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ลื้อเล่นสาดสีใส่ประวัติอั๊วนี่มันเสียหายนะเว้ย” เต็กกอรีบโวย
       “เอาน่ะ ถ้าไม่บอกว่าลื้อมีปัญหาชีวิต แล้วอั๊วจะเอาอะไรมาอ้างเรื่องโทรศัพท์ล่ะ” เคี้ยงเอ่ย
       “ก็จริง เพราะถ้ากิมฮวยจับได้ว่าลื้อคุยกะใครล่ะก็...ทุกอย่างจบ” เต็กกอเอ่ย
       ทันใดนั้นเบิร์ด เดินทักทายมาแต่ไกล
       “หวัดดีค่ะทุกคน”
       “เอ้า พูดถึงก็มาทันที” เต็กกอยิ้มแซว
       “นินทาอะไรเบิร์ดกันอยู่รึเปล่าคะ” เบิร์ดถามกลับ
       “โอ๊ย ใครนินทาคนสวยอย่างเบิร์ดก็บ้าแล้ว ใช่มั้ยวะเคี้ยง” เต็กกอศอกกระทุ้งแขนเคี้ยง ที่แอบมองเบิร์ดยิ้มๆ แต่เบิร์ดปรายตามองเคี้ยงอย่างหยาดเยิ้ม
     
       บ่ายนั้น ที่แผงปลา กิมฮวยกับกิมลั้งช่วยกันจัดแผงปลาอย่างเคย
       “นี่อากิมลั้ง อั๊วยังงงๆอยู่เลยว่าถ้าเมื่อคืนอั๊วเมามาก แล้วเราสองคนกลับบ้านกันยังไง”กิมฮวยถามขึ้น กิมลั้งเหลือบมองต๋องก่อนตอบ
       “ก็ อั๊วก็ขับรถกลับมาเองไง” กิมลั้งตอบ
       “ลื้อเนี่ยนะ แค่ขับในซอยหน้ารถยังเป๋ไปเป๋มา” กิมฮวยเอ่ยอย่างสงสัย
       “อั๊วก็ขับมาช้าๆไงม้า” กิมลั้งยืนยันคำเดิม
       “เหรอ? สงสัยอั๊วจะเมาแล้วหลอนจริงๆ ทำไมถึงได้คิดว่ามีพ่อรูปหล่อที่ไหนก็ไม่รู้ขับรถมาส่งให้ถึงบ้าน”
       กิมลั้งสะดุ้ง หันไปทางต๋องซึ่งกำลังมองมาพอดี กิมฮวยหันมองตามสายตากิมลั้ง เห็นว่าต๋องกำลังมองมา ต๋องพยายามยิ้มให้กิมฮวย แต่กิมฮวยชักสีหน้าใส่แล้วหันกลับมาเล่นงานกิมลั้งทันที
       “นี่ อากิมลั้ง ลื้ออย่าบอกนะว่า ลื้อให้ไอ้ต๋องมัน...” กิมฮวยเอ่ยขึ้น
       กิมลั้งกลัวคิดว่ากิมฮวยจับได้เรื่องต๋องขับรถมาส่ง
       “...อาศัยรถเรานั่งกลับมาด้วย” กิมฮวยพูดต่อ
       “เปล่านะม้า ต๋องเค้าก็กลับของเค้า” กิมลั้งตอบ
       “ให้มันจริงนะ ไม่งั้นอั๊วจะให้อาจะเด็ดเอาน้ำมนต์มาราดรถอั๊วเดี๋ยวนี้เลย” กิมฮวยเอ่ยสีหน้าจริงจัง
       กิมลั้งโล่งใจ ระหว่างนั้นจู่ๆเสียงเพลงฝรั่งจังหวะกระชั้นดังขึ้นจนทั้งกิมฮวยกิมลั้งต้องหันไปมอง
ที่มา  manager.co.th

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น