
“จี๊ดใจเย็น!” ยอดชายพยามยามเตือนสติ
ส่วนใจดีแนะนำ “จี๊ด หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ”
“ไม่! วันนี้ถ้าฉันไม่ได้ความจริงจากปากนายดิ่งว่าเป็นใครมาจากไหนกันแน่ อย่ามาเรียกฉันว่าจี๊ดอีกต่อไป”
จิตรวรรณเดินฉับๆ ไป ยอดชายกับใจดีหันมามองหน้ากัน ใจดีคิดๆ
“ก็น่าคิดนะ...ไหนบอกว่าเป็นแค่ช่างซ่อมรถยนต์ อยู่อุตรดิตถ์ แต่พูดเยอรมันเป็นไฟ สำเนียงเป๊ะ”
ยอดชายนึกๆ
“ตอนม.ปลายเรียนสายศิลป์ เยอรมันไง”
“เฮ่ย...ฉันก็เรียน ไม่เห็นจะจำได้เลย คืนครูไปหมดแล้วด้วย...ลุ้นๆๆๆๆ”
ใจดีตามจิตรวรรณไป ยอดชายถอนใจ รีบตามไปอีกคน
ศุวิมลคัดค้านเศกเรื่องจดทะเบียนกับมารศรี...
“ไหนคุณศรีบอกคุณพ่อว่า...จะจดทะเบียนหรือไม่จด ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ไม่ใช่เหรอคะ”
มารศรีเดินเข้ามาได้ยินพอดี ไม่พอใจ แอบฟัง...
“แต่ถ้าเรามีลูกด้วยกัน พ่อไม่อยากให้ลูกของเราเป็นลูกนอกสมรส”
ศุวิมลชะงัก
“จะมีลูกด้วยกันเหรอคะ!”
“ทำไมจะมีไม่ได้ หรือคิดว่าพ่อแก่เกินไป จนไม่มีน้ำยา”
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ แต่ศุว่า...รอพี่ดิ่งกลับมาก่อนดีมั้ยคะ”
“ทำไมพ่อต้องรอมัน บอกแล้วไงว่าอย่าพูดชื่อของมันให้พ่อได้ยินอีก”
เศกโมโห เดินหนี ศุวิมลกลุ้มใจ ไม่รู้จะหาเหตุผลไหนมายับยั้งเศกดี มารศรีเดินออกมา จ้องหน้าศุวิมล
“เสียใจด้วยจริงๆนะคะ...ที่คุณเศกไม่เชื่อคุณ เพราะคุณเศกรักฉันมาก อย่าได้คิดขัดขวางความรักของเราอีกเลยค่ะ...เหนื่อยเปล่า”
มารศรียิ้มเย้ยเดินออกไป ศุวิมลเจ็บใจและร้อนใจมาก
“พี่ดิ่ง...เอาไงดีอ่ะ”
เจตนาเช็กแฮนด์กับโยฮันน์ ศยามเดินนำโยฮันน์ไปสวนกับจิตรวรรณ ยอดชายและใจดีที่เดินเข้ามาพอดี จิตรวรรณขวางทางศยามและโยฮันน์เอาไว้
“นายดิ่ง!”
ศยามสวนทันที
“อยากรู้ว่าผมพูดเยอรมันได้ยังไงใช่มั้ย...”
“ใช่!”
เจตนาเรียกลูกสาว
“มาคุยกับพ่อ ดิ่งพาโยฮันน์ไปที่ศูนย์ไป”
“ครับ”
ศยามพาโยฮันน์ออกไป จิตรวรรณมองตาม คาใจและหงุดหงิด
“เข้ามาสิจี๊ด”
เจตนาเดินนำจิตรวรรณเข้าไปในห้อง ยอดชายและใจดีรีบมาหารัตนา
“รีบแถลงข่าวเลยค่ะพี่รัตนา ว่าแฟนหนูอินเตอร์ขนาดนี้ได้ไง”
ยอดชายส่ายหน้า
“โห...พูดได้ไม่อายปาก สงสารคุณดิ่งจริงๆ”
ใจดีตีแขนยอดชายอย่างแรง รัตนายิ้มขำกับท่าทางของยอดชายและใจดี
จิตรวรรณคุยกับเจตนาในห้องทำงาน หญิงสาวไม่เชื่อในสิ่งที่ศยามบอกกับพ่อ
“เคยได้ทุนไปเรียนปริญญาโทวิศวะเครื่องยนต์ที่เยอรมันแต่เรียนไม่จบ เพราะอกหักเลยหนีกลับมา! คุณพ่อเชื่อเขาเหรอคะ”
“เชื่อสิ เพราะพ่อรู้สึกตั้งแต่แรกแล้วว่านายดิ่งต้องไม่ใช่แค่ช่างซ่อมรถธรรมดา”
“เขาอาจจะโกหก แล้วก็ไม่รู้ว่าจะโกหกอะไรอีก ถ้าไม่มีเหตุการณ์ให้เจอกับตาได้ยินกับหู นายนั่นไม่เคยยอมรับ”
“แต่เขาก็ไม่เคยโกหกว่าไม่ได้ทำหรือไม่ได้เป็น เพียงแต่ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องบอกเรื่องส่วนตัว”
“จำเป็นสิคะ จะมาอยู่มาทำงานกับเราเข้านอกออกในอย่างนี้ เราต้องรู้ข้อมูลของเขา”
เจตนามองลูกสาว
“จี๊ด...ทุกคนต่างมีมุมส่วนตัวที่ไม่อยากให้ใครรู้ทั้งนั้น และพ่อก็ถือว่ามันเป็นสิทธิ์ของเขาที่จะไม่เปิดเผย สำหรับนายดิ่ง มุมส่วนตัวที่เขาปกปิดไม่เคยทำร้ายเราเลย...มีแต่ช่วยกู้สถานการณ์เราทั้ง นั้น”
“กู้สถานการณ์”
จิตรวรรณแปลกใจกับสิ่งที่พ่อพูด
รัตนาชี้แจงข้อมูลให้ยอดชายและใจดีรู้
“ล่ามที่เราติดต่อไว้ เกิดป่วยกะทันหันน่ะค่ะ เลยมาทำงานไม่ได้ พอท่านทราบว่าคุณดิ่งพอจะพูดได้ ก็เลยมอบหน้าที่ล่ามให้คุณดิ่งระหว่างที่คุณโยฮันน์มาเทรนช่างของเราซะเลย”
ยอดชายและใจดียืนอึ้ง แล้วใจดีก็ตาวาวโรจน์
“มีเรื่องให้เซอร์ไพรส์ได้ตลอดๆ ผู้ชายคนนี้เร้าใจอะไรอย่างนี้”
ยอดชายแขวะ
“ใจดี...ยางที่หน้ายังเหลือมั้ย”
“ถ้าเหลือ ฉันจะกล้าพูดความในใจเหรอ...บ้า...ฉันก็พูดเล่น ขำๆ คิดมาก”
“ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันนะ...ว่าคุณดิ่งจะมีเรื่องอะไรมาเซอร์ไพรส์เราได้อีก”
ทั้งสามคนมองหน้ากันยิ้มๆ จิตรวรรณเปิดประตูออกมา หน้าตายุ่งยากใจ ระหว่างจะเชื่อหรือไม่เชื่อสิ่งที่ศยามพูดดี เจตนาเดินออกมา
“ยอดชาย มาคุยกับผมหน่อย รัตนาด้วย”
ยอดชายกับรัตนารับคำพร้อมกัน
“ครับ/ค่ะ”
ยอดชายและรัตนาตามเจตนาเข้าไปในห้อง...ใจดีรีบมาหาจิตรวรรณ
“ส่วนฉัน...ก็มาคุยกับแก...เป็นไงจี๊ด”
จิตรวรรณพลุ่งพล่านเดินมาที่มุมหนึ่งกับใจดี
“ฉันจะเชื่อหรือไม่เชื่อดีเนี่ย!”
ใจดีมองหน้าเพื่อน
“แล้วเซ็นส์แกบอกว่ายังไง”
“เซ้นส์ฉันบอกว่า...”
ใจดีขัดคอ
“ลืมไป ว่าเซ้นส์แกไม่เคยถูก เอาใหม่...แล้วสมองของแกคิดว่าไง ใช้สมองคิด อย่าใช้อารมณ์”
“มันก็...อยากจะเชื่อ นายนั่นดูเป็นคนดี แต่ก็...มีบางอย่างที่ฉันยังไม่ไว้ใจ”
“เออ! ทีคนไม่ดีล่ะเชื่อนักว่าเขาดี”
“แกหมายถึงพี่เทวัญอีกแล้วใช่มั้ย”
“แกน่ะตายกับคนปากหวาน แค่เขาพ่นมาสองสามคำแกก็หลับหูหลับตาเชื่อและคิดว่าเขาเป็นคนดี”
“ก็ฉันรักเขา!”
ใจดีส่ายหน้า
“ไม่ใช่ เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าจีบแก มีแต่พี่เทวัญที่กล้าและยอมตามใจ แกทุกอย่าง...แกเลยคิดว่านี่แหละคือความรัก”
จิตรวรรณอึ้งไป
เทวัญเดินหน้าเครียดมาตามทางเดิน ในศูนย์บริการโมเดิร์นคาร์...ศยามกำลังแปลให้ทุกคนฟัง ขณะที่โยฮันน์กำลังอธิบายลักษณะการทำงานของเครื่องยนต์ อยู่ที่รถคันหนึ่ง ซึ่งเป็นรถรุ่นใหม่ของโมเดิร์นคาร์ เทวัญเดินเข้ามา เห็นมีคนเยอะก็มองอย่างเจ็บใจ ก่อนจะเดินกลับออกไป แต๋วเดินเข้ามาหาศยาม
“คุณยอดชายเรียกไปพบจ๊ะ ดิ่ง”
“ขอบคุณครับ...” ศยามหันไปบอกโยฮันน์ “Nach einer Weile komme ich wieder” (อีกสักครู่ ผมจะกลับมา)
ศยามเดินไป แต๋วดูร่าเริงมาก โพมองตามด้วยความไม่พอใจ
เทวัญเดินมาที่ฝ่ายการตลาดตรงเข้ามาหาจิตรวรรณ
“พี่มีเรื่องจะคุยด้วย”
“เรื่องงานเหรอคะ”
เทวัญลืมตัว
“เดี๋ยวนี้จะคุยกับจี๊ดได้ มีแค่เรื่องงานเหรอ เรื่องอื่นคุยไม่ได้ใช่มั้ย!”
จิตรวรรณรู้สึกไม่พอใจ ที่เทวัญเสียงดัง จนใจดีและคนอื่นๆหันมามองเป็นตาเดียว จิตรวรรณรู้สึกอาย
“ทำไมพี่เทวัญต้องหัวเสียด้วยคะ หมู่นี้พี่เทวัญทำตัวแปลกๆ”
“จี๊ดก็ทำตัวแปลกไป อย่าให้พี่ต้องแฉนะ”
“พี่เทวัญ! จี๊ดทำอะไรไม่ดีที่พี่ต้องใช้คำว่าแฉ”
เทวัญพยายามใจเย็น จูงมือจิตรวรรณออกไปข้างนอกทันที ใจดีรู้สึกเป็นห่วงละล้าละลังทำไงดี รีบตามไปทันที พนักงานพากันซุบซิบกันใหญ่
เทวัญจูงจิตรวรรณออกไป เพื่อหาที่ส่วนตัวคุยกัน
“จะพาจี๊ดไปไหน”
“เราต้องคุยกัน...พี่ไม่อยากให้ใครได้ยิน เพราะมันเป็นเรื่องน่าอาย”
“คุยตรงนี้เลย! ไม่จำเป็นต้องไปหาที่ส่วนตัว เพราะจี๊ดไม่เคยทำอะไรน่าอาย”
“แน่ใจเหรอ”
“พี่เทวัญ อย่ามาโยกโย้ มีอะไรก็พูดมาเลย”
เทวัญจ้องหน้าจิตรวรรณอย่างไม่พอใจ จิตรวรรณไม่หลบตา
ศยามเดินมาตามทางเดิน ใจดีเดินมองหาจิตรวรรณและเทวัญอย่างร้อนใจ ศยามเห็นก็เข้าไปทัก
“คุณใจดี หาใครครับ”
“จี๊ดกับพี่เทวัญค่ะ เหมือนจะมีเรื่องทะเลาะกันใหญ่โต ไม่รู้พี่เทวัญไปอารมร์เสียมาจากไหน จู่ๆก็คว้ามือยัยจี๊ดออกไป”
ศยามนึกเป็นห่วงจิตรวรรณ
“ใจดีเป็นห่วงเพื่อนอ่ะ จะหาว่าสาระแนก็ยอมล่ะ”
ใจดีรีบออกไปตามหาจิตรวรรณ
“ผมไปด้วย”
ศยามรีบตามใจดีไป
จิตรวรรณพูดกับเทวัญอย่างเคร่งเครียด บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัด
“จี๊ดไม่เคยทำอะไรลับหลังใคร เกลียดก็บอกว่าเกลียด ชอบก็บอกว่าชอบ”
“แล้วตอนนี้กับไอ้ดิ่ง จี๊ดเกลียดหรือว่าชอบมัน”
จิตรวรรณอึ้ง
“ไม่ได้เกลียดมันแล้วใช่มั้ย เพราะว่าแอบไปคบกันลับหลังพี่แล้วนี่ ทำอะไรอายคนเขาบ้างหรือเปล่า”
จิตรวรรณตบหน้าเทวัญ
“หยุดดูถูกจี๊ดเดี๋ยวนี้นะ”
เทวัญหน้าชา อารมณ์โกรธขึ้นหน้า คว้าตัวจิตรวรรณเข้ามา เขย่าถามอย่างแรง จิตรวรรณอึ้ง ตกใจ ไม่เคยเห็นเขาอารมณ์รุนแรงมาก่อน
“บอกพี่มาสิ ว่าจริงหรือไม่จริง ตอนแรกจี๊ดเกลียดมันยังกับอะไรดี แต่ตอนนี้ถึงกับบริการขับรถรับส่งมัน ทีกับพี่ทำรังเกียจ ไม่เคยให้แตะต้องตัว ทำไมหรือว่าชอบของต่ำ”
“บอกให้หยุดดูถูกจี๊ด! ปล่อย...จี๊ดเจ็บ”
ศยามเข้ามากระชากเทวัญออกมาแล้วผลักอกออกไปอย่างแรง
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
ใจดีเข้ามาหาจิตรวรรณที่กำลังตกใจและเจ็บแขนมาก เทวัญมองศยาม มองจิตรวรรณอย่างเจ็บใจ พนักงานเริ่มกรูกันเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น เทวัญชี้หน้าศยาม
“จำใส่หัวแกไว้นะ...นั่นคู่หมั้นฉัน!”
“คุณก็ควรจะดูแลผู้หญิงของคุณให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่ทำร้ายกันแบบนี้”
“แต่แกก็ไม่มีสิทธิ์มาดูแลแทนฉัน”
จิตรวรรณอายสายตาคน
“จี๊ดไม่คิดมาก่อนเลยว่าพี่เทวัญจะเป็นคนแบบนี้! ไม่เคยเลยจริงๆ...พี่เทวัญทำจี๊ดผิดหวังมาก”
จิตรวรรณออกไปทันทีอย่างเสียใจ ใจดีและศยามเดินตามไป ศยามหันมองเทวัญด้วยความแปลกใจ ทำไมเทวัญถึงได้พูดประโยคแสดงความเป็นเจ้าของจิตรวรรณ...เทวัญเห็นพนักงาน มองมา ซุบซิบก็ตวาดลั่น
“ไม่มีงานการทำหรือไง...ไป!”
พนักงานรีบสลายตัว เทวัญพลุ่งพล่าน ยุพายื่นคอยาวสังเกตการณ์อยู่มุมหนึ่ง
ศยามเดินตามจิตรวรรณและใจดีมา
“ทำไมแฟนคุณพูดแบบนั้น”
จิตรวรรณหันมองศยามขวับ
“เพราะเขาหึงนาย คิดว่าฉันกับนายมีอะไรกัน”
ใจดีหน้าตื่น
“ฮ้า!”
ศยามงงๆ
“หึงผม”
“ใช่! ซึ่งไม่น่าจะหึงเลยสักนิด เพราะยังไงคนอย่างฉันก็ไม่มีทางคิดอะไรกับนายแน่ มันคนละฉัน”
ศยามอึ้ง ใจดีหน้าเหวอ
“จี๊ด...แรงอ่ะ”
จิตรวรรณหงุดหงิด เดินออกไป...ใจดีหันมายิ้มหน้าเสีย ศยามยิ้มให้ใจดีเพื่อแสดงว่าไม่เป็นอะไร
“อย่าถือสาปากยัยจี๊ดเลยนะคะ เสียโดยธรรมชาติ...ชินแล้วเนอะ”
“ครับ ชินแล้ว”
ใจดีรีบตามจิตรวรรณไป ศยามไม่ได้ติดใจอารมณ์จิตรวรรณ แต่สงสัยว่าเทวัญไปเอาเรื่องนี้มาจากไหน
“ไปฟังใครมา...หรือว่า...”
ศยามนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านที่โรงพยาบาล ตอนที่เขาหาทางออกโดยการโกหกมารศรีว่าเป็นกิ๊กกับจิตรวรรณ
‘อร่อยหวานจริงๆ เลือกเก่งนี่ ไม่เสียแรงที่ยอมเป็นกิ๊กด้วย’
จิตรวรรณหน้าเหวอ
‘เฮ๊ย!’
มารศรีอึ้ง
‘กิ๊ก!’
‘ขอโทษนะศรี ผมไม่น่าพูดออกไปเลย คุณจี๊ดเสื่อมเสียแย่เลย รู้ถึงไหนอายถึงนั่น ที่ลูกสาวท่านประธานของโมเดิร์นคาร์ที่มีคู่หมั้นอยู่แล้ว แอบมากิ๊กกับช่างซ่อมรถยนต์กระจอกๆอย่างผม ศรีอย่าไปบอกใครนะ’
ศยามมั่นใจว่าเรื่องนี้ต้องเกิดจากมารศรีแน่นอน
เย็นนั้น เศกลงนั่ง จะรับประทานอาหารเย็น หันไปถามแม่บ้าน
“คุณศุล่ะ”
“ออกไปข้างนอกค่ะ สั่งเอาไว้ว่าไม่ต้องรอ ให้คุณท่านทานได้เลย”
“อืม...ไปตามคุณศรีมาไป ให้มาทานข้าว”
มารศรีเข้ามาในชุดไปเที่ยวกลางคืน
“ศรีก็ไม่ทานเหมือนกันค่ะ”
เศกแปลกใจ
“ทำไม คุณจะไปไหน”
“ไปหาเพื่อนค่ะ ศรีเบื่อ...ที่ต้องอยู่อย่างคนที่ไม่มีใครให้ความสำคัญ”
มารศรีเดินออกไปทันที เศกเรียกไว้
“เดี๋ยวก่อน คุณศรี ผมกำลัง...”
มารศรียิ้มย่อง หันไปพูดกับเศก ชวนทะเลาะ เพื่อเล่นตัว
“กำลังอะไรคะ...รู้ด้วยเหรอคะว่าศรีต้องการอะไร หรือคิดอะไร อยากได้อะไรไว้ทำให้ได้ก่อนเถอะค่ะ...ค่อยพูด”
มารศรีเดินออกไป เศกกลุ้มใจ หงุดหงิด ผลักจานข้าวออกไปอย่างแรง จนแม่บ้านตกใจ
จิตรวรรณนั่งซึมอยู่คนเดียว คิดถึงภาพถูกเทวัญตะคอกและเขย่าตัวแล้วยิ่งเสียใจ รัตนาเดินผ่านมา มองจิตรวรรณอย่างเห็นใจ ก่อนจะเข้าไปหา
“ดิฉันกำชับพนักงานทุกคน ไม่ให้พูดเรื่องระหว่างคุณจี๊ดกับคุณเทวัญอีก”
จิตรวรรณอึ้ง
“คุณท่านคงจะไม่สบายใจนัก ถ้ารู้ว่าคุณจี๊ดถูกคุณเทวัญ...เอ่อ...ใช้กำลังใส่แบบนั้น”
จิตรวรรณพยักหน้า นึกขอบใจรัตนาที่จัดการเรื่องนี้ แต่ก็ยังฟอร์ม
“ขอบใจ...”
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอตัวนะคะ”
รัตนาจะไป จิตรวรรณเรียกไว้
“เดี๋ยว!”
“คะ”
“เธอทำงานที่นี่ก็หลายปี...เห็นพี่เทวัญทุกวัน...เขา...เป็นยังไงตอนอยู่ลับหลังฉัน”
รัตนาลังเลก่อนจะตัดสินใจพูด
“ดิฉันยอมรับว่าคุณเทวัญทำงานเก่ง...แต่เรื่องนิสัยใจคอ...ดิฉันไม่ขอออกความเห็นดีกว่าค่ะ”
“พูดมา!”
“คุณจี๊ดคะ...เวลาเท่านั้นที่จะเป็นตัวพิสูจน์ว่า...ใครรักจริงหรือไม่จริง ขอตัวนะคะ”
รัตนารีบออกไป จิตรวรรณอึ้งบ่นกับตัวเอง
“ทำไมมีแต่คนพูดกับเราแบบนี้...”
ยุพายังแอบสอดแนมอยู่ที่มุมหนึ่ง มองมาสะใจๆ รีบแยกออกไป จิตรวรรณยังนั่งเครียดอยู่
ศุวิมลคุยมือถืออยู่ที่หน้าโมเดิร์นคาร์ แอบตามเสาไฟฟ้า ไม่อยากให้คนข้างในมองเห็น
“พี่ดิ่ง เลิกงานยัง ศุรออยู่ข้างหน้า มีเรื่องอยากจะปรึกษาด่วน โอเคค่ะ”
ศุวิมลวางสาย หันไปทางหนึ่ง ตกใจสุดตัว เพราะยอดชายยืนอยู่ข้างหลังใกล้มาก
“ว้าย!”
“มาทำอะไรที่หน้าออฟฟิศผม คุณอาจารย์เพี้ยน”
“หน้าออฟฟิศนาย...แต่ก็เป็นทางเท้าสาธารณะ ฉันจะมาทำอะไรก็เรื่องของฉัน”
“อ๊ะ...หลบๆซ่อนๆ แบบนี้...หรือว่า...จะตามมาจีบคุณดิ่ง”
“วิปปริต ลามก คิดได้ไง”
“ทำไมจะคิดไม่ได้ คุณดิ่งก็ไม่ได้ขี้เหร่ แถมจัดว่าหล่อ แผนทิ้งผ้าเช็ดหน้าคงไม่ได้ผล เลยมาตื้อถึงที่ทำงาน...นี่ ลูกศิษย์ลูกหารู้บ้างมั้ยเนี่ยว่าอาจารย์บ้าผู้ชาย อย่างนี้ต้องฟ้องฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัย”
ศุวิมลโกรธมาก ต่อยเปรี้ยงเข้าหน้ายอดชาย
“โอ๊ย!”
“นี่คือผลกรรมของพวกจิตคิดอกุศล!”
ยอดชายเจ็บมากจะเอาเรื่อง
“คุณ!”
ศยามรีบวิ่งเข้ามาห้าม
“มีอะไรกันคุณยอดชาย ยัย...เอ่อ...คุณศุ!”
“กรรมสนองคนชั่วแล้วค่ะพี่ดิ่ง อย่าไปสนใจเลย ไปกันเถอะ”
ศุวิมลควงแขนศยามเดินออกไป ศยามยังเป็นห่วงยอดชาย
“คุณยอด ไม่เป็นอะไรนะ”
“พี่ดิ่ง ไปได้แล้ว!”
ศุวิมลลากไป ยอดชายพยายามห้าม
“อย่าคุณดิ่ง! อย่าไปหลงกลยัยอาจารย์เพี้ยนนะ ดูแลตัวเองนะ ปลอดภัยกลับมานะ”
ศุวิมลย้อนกลับมาเอากระเป๋าฟาดยอดชายเข้าให้อีกที
“โอ๊ย!”
ศยามต้องรีบมาดึงตัวศุวิมลออกไป ยอดชายทั้งเจ็บเบ้าตา ทั้งเจ็บตัว
ทีามา manager.co.th
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น