วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555

อ่านรักเกิดในตลาดสด ตอนที่ 9

 ชมพู่กับคิตตี้จูงมือกันหนีลูกน้องของบังเว้ยเฮ้ย พอเดินไปเห็นบังเว้ยเฮ้ยกับลูกน้องกำลังเดินมาจากอีกด้านจึงรีบเดินเลี่ยงไปอีกทาง
      
       ต๋องกำลังเร่งฝีเท้าเดินตามกิมลั้ง
       “กิมลั้ง....” ต๋องเรียก
       กิมลั้งหยุดชะงักไม่ได้หันไปมองเพราะรู้ดีว่าใคร
       “ตกลงว่าเธอไม่เข้าใจที่ชั้นพูดจริงๆใช่มั้ย” กิมลั้งเอ่ยอย่างไม่มองหน้า
       “เอาอย่างนี้นะกิมลั้ง ขอให้การคุยครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ถ้าเธอฟังชั้นแล้วเธอยังยืนคำเดิม ชั้นสัญญาว่าจะไม่ไปยุ่ง ไปข้องเกี่ยวอะไรกับชีวิตเธออีก” ต๋องเอ่ยขึ้น
       กิมลั้งยังลังเล ไม่ยอมหันหน้าไปหาต๋อง แต่แล้วรีบตัดใจพูด
       “ถ้างั้นเธอก็เลิกยุ่งกับชั้นตั้งแต่ตอนนี้เลยละกัน ชั้นไม่อยากเสียเวลา” กิมลั้งเอ่ยขึ้น แล้วรีบเดินออกไป
       “เดี๋ยวซิ กิมลั้ง” ต๋องรีบเดินตามไปฉุดมือกิมลั้งไว้
      
       นอกตลาดเวลาเดียวกัน ชมพู่กับคิตตี้เดินมาจ๊ะเอ๋กับลูกน้องบังเว้ยเฮ้ยพอดี ทั้งคู่ถึงกับช็อก วิ่งหนีกันสุดชีวิต ลูกน้องบังเว้ยเฮ้ยรีบวิ่งตามไป
      
       ไม่ต่างกันต๋องกับกิมลั้งที่ยังคงยื้อกันอยู่เช่นเดียวกัน
       “ปล่อยชั้นเดี๋ยวนี้นะ ชั้นบอกแล้วไงว่าไม่มีอะไรจะพูดกับเธอ”
       กิมลั้งไม่ฟัง พยายามดิ้นหนี
       “ไม่ปล่อย จนกว่าเธอจะบอกชั้นว่าเธอแน่ใจแล้วเหรอกับสิ่งที่พยายามจะทำกับจาตุรงค์ เธอจะโกรธเกลียดชั้น ชั้นไม่ว่า แต่อย่าทำอะไรโง่ๆเพราะต้องการประชดชั้น เพราะมันจะทำให้เธอไม่ความสุขไปทั้งชีวิต” ต๋องเอ่ยขึ้น
       “เรื่องโง่ๆกว่านั้นชั้นก็เคยหลงทำมาแล้ว แล้วจะต้องกลัวอะไรอีก ปล่อย” กิมลั้งจ้องต๋องแน่วแน่
       ก่อนจะตัดสินใจกระทืบเท้าต๋องอย่างแรง จนต๋องต้องปล่อยมือ กิมลั้งรีบวิ่งไป ต๋องยังคงตามไปอีก
      
       อีกมุมไม่ไกลกัน ชมพู่กับคิตตี้วิ่งหนีเอาชีวิตรอดจากพวกที่วิ่งไล่กวดมา แต่กลับมาเจอบังเว้ยเฮ้ยกับลูกน้องที่เหลือเดินมาดัก
       “บัง” ชมพู่กับคิตตี้จะหนีอีก
       “จับมัน” บังรีบสั่งลูกน้องทันที
       พวกลูกน้องบังเว้ยเฮ้ยรีบวิ่งเข้าไปตะครุบทั้งคู่ด้วยความชุลมุน ใกล้ๆกันอีกมุม ต๋องกำลังเอื้อมมือมาจับตัวกิมลั้งที่ยังพยายามจะวิ่งหนีมากอดไว้แน่น กิมลั้งโวยวาย ต๋องรีบเอามือปิดปากแล้วกระซิบข้างหู
       “อย่าร้องนะ เธอเห็นอะไรนั่นมั้ย” ต๋องบอกกิมลั้ง
       กิมลั้งยอมสงบมองตามต๋องไปจึงเห็นลูกน้องบังเว้ยเฮ้ยควักปืนออกมา เล็งที่ชมพู่กับคิตตี้ที่พยายามจะหนี กิมลั้งกับต๋องแทบหัวใจหยุดเต้น
       “หยุด” ลูกน้องบังเว้ยเฮ้ยตะโกนสั่ง
       คิตตี้กับชมพู่เห็นปืนถึงกับตาเหลือก อยู่ๆเป็นลมสลบร่วงลงไปกับพื้น ลูกน้องบังช่วยกันแบกร่างทั้งคู่ไป
       “เราจะทำไงดีต๋อง” กิมลั้งดูลนลาน หลังเห็นเหตุการณ์
       “ตอนนี้คงทำได้แค่ตาม” ต๋องตอบ แล้วตามพวกของบังเว้ยเฮ้ยที่จับตัวคิตตี้และชมพู่ำไป
      
       จนมาถึงมุมลับตาคนที่ตลาด พวกบังยกร่างชมพู่กับคิตตี้ขึ้นรถตู้ แล้วทั้งหมดรวมทั้งบังขึ้นรถไปด้วย
       “แย่แล้ว” กิมลั้งถึงกับหน้าตาตื่น
       ระหว่างนั้นมอเตอร์ไซค์ขับรถผ่านมา ต๋องรีบเข้าไปขวางให้หยุด
       “มีอะไรเหรอพี่ต๋อง” คนขับมอไซค์ถามขึ้น
       “พี่ยืมรถหน่อยอี๊ด” ต๋องรีบขอยืมมอเตอร์ไซค์อี๊ดทันที
       “ได้ๆ” อี๊ดลงจากรถแล้วต๋องขึ้นไปนั่งคร่อมแทน
       “ชั้นไปด้วย” กิมลั้งรีบเอ่ย พร้อมขึ้นนั้งซ้อนท้ายต๋องทันที
       “ไม่ต้องกิมลั้ง มันอันตราย” ต๋องบอก
       “ไม่ ถ้าเธอไปชั้นก็ไป” กิมลั้งเอ่ยขึ้น
       “แต่....” ต๋องไม่มีทางเลือก
       “รีบไปเถอะน่ะ เดี๋ยวไม่ทันกันพอดี” กิมลั้งเร่ง
       ต๋องจำใจขับรถออกไปโดยมีกิมลั้งตามไปด้วย อี๊ดมองตามด้วยความงงว่าเกิดอะไรขึ้น
      
       เช้าวันใหม่ ลูกน้องของศักดิ์ชายเล่นหมากรุกกันอย่างสนุกสนาน ครู่หนึ่งศักดิ์ชายวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาเพราะหาณดาบนไม่เจอ
       “คุณณดาอยู่ไหน ใครเห็นบ้างมั้ย” ศักดิ์ชายเอ่ยขึ้นหน้าตาตื่น
       “กวาดใบไม้อยู่น่ะครับ เห็นบอกว่านั่งๆนอนๆไม่รู้จะทำอะไร” ลูกน้องตอบ
       ศักดิ์ชายฟังแล้วแปลกใจ จึงรีบเดินออกไปดู
      
       บนชายหาดอีกมุมของเกาะ ณดากวาดใบไม้เอามาสุมกองไฟ ครู่หนึ่งศักดิ์ชายเดินเข้ามาเงียบๆแบบไม่ให้ตั้งตัว
       “ทำอะไรน่ะคุณ” ศักดิ์ชายเอ่ยถามขึ้นด้วยความแปลกใจ
       “ก็ทำตัวให้เป็นประโยชน์ ช่วยเหลืองานคนที่นี่ไง มากินอยู่บ้านเค้าแล้วก็ต้องไม่นิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น” ณดาตกใจที่ศักดิ์ชายลุกขึ้นมาถาม แต่ยังฟอร์ม
       “เหรอ แต่ผมว่าคุณน่ะประเภทกินบนเรือนขี้รดบนหลังคามากกว่ามั้ง” ศักดิ์ชายเอ่ยขึ้น
       “พูดอะไรของคุณ” ณดาลน
       ศักดิ์ชายลากณดามาที่กองกิ่งไม้ที่วางเรียงอยู่ที่ชายหาด
       “นี่อะไร” ศักดิ์ชายมองไปที่กองเศษขยะ
       “ชั้นเอามาวางกองไว้ก่อน เดี๋ยวจะเผาทิ้ง” ณดายังไขสือ
       “กองไว้เป็นคำว่า HELP นี่นะ” ศักดิ์ชายพูดอย่างรู้ทัน
      
       “ก็ตอนนี้ชั้นกำลังช่วยงานคุณอยู่ ชั้นก็เลยเอามาเรียงๆเป็นคำว่า HELP ที่แปลว่าช่วย ก็ถูกแล้วไง” ณดากวาดขยะกองไว้เป็นคำว่า HELP แต่ยังไม่ยอมรับแถไปเรื่อย
       “นี่คุณคิดว่าผมกินหญ้าแทนข้าวหรือไง ทั้งจุดไฟ ทั้งเรียงตัวหนังสือส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือออกอย่างนี้ แต่ขอโทษนะ คุณคิดเหรอว่าจะมีใครหลงมาเห็น เกาะนี้น่ะมันจุดอับ ไม่มีเรือหรือเครื่องบินที่ไหน คิดจะผ่านมาหรอก ตั้งแต่มาอยู่ หมาซักตัวคุณเคยเห็นมั้ยล่ะ” ศักดิ์ชายเอ่ยขึ้น
       “ที่เห็นๆก็มีอยู่ตัวนึงแล้วแถวนี้” ณดามองศักดิ์ชายนิ่ง
       “ด่าผมว่าเป็นหมา คุณนี่มันมากขึ้นทุกวันแล้วนะ งั้นก็อยู่ที่นี่ต่อไปจนกว่าจะหายนิสัยเสีย ถ้าไม่หายก็อยู่มันไปตลอดชีวิต เพราะคุณไม่มีทางหนีผมไปไหนได้หรอก” ศักดิ์ชายโกรธ คว้าตัวณดามาจับไว้แน่น
       “ถ้าชั้นหนีไม่ได้ ก็ตายๆมันไปเดี๋ยวนี้เลยละกัน” ณดาวิ่งลงทะเลหน้าตาเฉย
       “อยากตายนักก็ไปเลยไป” ศักดิ์ชายกลับยุส่ง
       ศักดิ์ชายคิดว่าณดาจะหยุด แต่ตรงกันข้ามณดาเดินลงทะเลลึกลงไปเรื่อยๆจนน้ำมิดหัว
       “คุณณดา” ศักดิ์ชายรีบตะโกนเรียก
       ไม่มีเสียงตอบรับ และความเคลื่อนไหวใดๆ ศักดิ์ชายใจไม่ดี รีบวิ่งลุยน้ำตามไปด้วยความห่วงใย
      
       ศักดิ์ชายดำผุดดำว่ายหาณดา อยู่หลายครั้ง แต่ยังไม่มีวี่แววหาพบ
       “ณดา คุณอย่าเป็นอะไรนะ” ศักดิ์ชายเริ่มใจเสีย
       ศักดิ์ชายดำน้ำลงไปอีกครั้ง ในที่สุดเขาเห็นร่างไร้สติของณดาที่ลอยอยู่ใต้น้ำ ศักดิ์ชายรีบโผไปหาณดาแล้วพาขึ้นฝั่งทันที
      
       ศักดิ์ชายอุ้มร่างณดาขึ้นมานอนที่ชายหาดแล้วผายปอดให้แต่ณดายังแน่ นิ่ง ศักดิ์ชายหน้าเครียดคราวนี้ผายปอดให้อีกครั้ง ในที่สุดณดาสำลักน้ำออกมาแล้วค่อยๆลืมตาขึ้น
       “ณดา คุณได้ยินผมมั้ย คราวหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ”
       ณดาพยายามจะพูด แต่สภาพยังไร้เรี่ยวแรง
       “ไม่เป็นไร ยังไม่ต้องพูด คุณไปพักก่อนละกันนะ”
       ศักดิ์ชายอุ้มณดาขึ้นบ้านไปด้วยสภาพเปียกปอน
      
       เวลาเดียวกันนั้น รถตู้ของชายศักดิ์ในคราบบังเว้ยเฮ้ย วิ่งหยุดเข้ามาในสวน ส่วนรถมอเตอร์ไซค์ของต๋องกับกิมลั้งจอดซุ่มอยู่หลังพุ่มไม้
       “ท่าทางจะต้องเดินเท้า แล้วหาทางเข้าทางอื่นแล้วล่ะ” ต๋องเอ่ยขึ้น
       “เอาไงก็เอากัน ไป” กิมลั้งว่า
       ต๋องดับเครื่องรถแล้วเข็นมอเตอร์ไซค์ไปจอดแอบไว้ที่มุมหนึ่ง
      
       เวลาเดียวกันนั้นที่ตลาด กิมฮวยเดินไปมาอยู่หน้าแผงด้วยความกังวล
       “อากิมลั้ง ลื้อหายไปไหนเนี่ย ป่านนี้ยังไม่มาอีก” กิมฮวยบ่นพร้อมกดมือถือ ปรากฏได้ยินเสียงโทรศัพท์กิมลั้งที่วางทิ้งไว้ที่แผง
       “เอ้า โทรศัพท์ก็ไม่เอาไป” กิมฮวยเริ่มมองอย่างกังวล
       จู่ๆกิมฮวยเหมือนคิดอะไรได้ รีบไปที่แผงของต๋อง แต่ไม่เห็นใคร จึงของขึ้น
       “หรืออีจะแอบไปจู๋จี๋กับไอ้ต๋องอีก อ๊าย นังลูกไม่รักดี” กิมฮวยโพล่งขึ้น แล้วรีบออกไปตามหากิมลั้งเพราะเข้าใจว่าหายไปกับต๋องแน่นอน
      
       ที่บ้านร้างกลางสวน ลูกน้องบังเว้ยเฮ้ยแบกร่างชมพู่กับคิตตี้โยนเข้ามาในห้องห้องหนึ่ง ครู่หนึ่งชายศักดิ์ในคราบบังเว้ยเฮ้ย เดินมาพร้อมกับลูกน้องที่ถือถังน้ำมาสาดใส่ชมพู่กับคิตตี้ทั้งคู่ฟื้นขึ้น ด้วยอาการผวา พอเห็นหน้าบังเว้ยเฮ้ยรีบยกมือขึ้นประนมขอร้องอ้อนวอนทันที
       “อย่าทำอะไรพวกเราเลยนะคะบัง ถ้าเรามีชีวิตรอดกลับไปเรายังมีโอกาสหาเงินมาใช้บังได้ หรือจะให้เราชดใช้ด้วยการไปช่วยบังขายถั่ว ขายโรตี เล่นหนังแขก แบกข้าวของอะไรก็ได้ทั้งนั้น” คิตตี้รีบขอร้องชีวิต
       “หรือบังจะคิดค่าเสียหาย เสียน้ำลาย เสียความรู้สึก คิดเราเพิ่มเป็นรายวัน...รายชั่วโมง....หรือว่าเป็นรายนาที เราก็ยินดีทั้งนั้น” ชมพู่รีบเอ่ย
       “อีนี่บังเคยบอกแล้วไงว่าบังไม่เคยต้องการอะไรนอกจากให้จ่ายหนี้ตาม นัด คิตตี้กับชมพู่ทำแบบนี้เท่ากับว่าคำพูดของบังไม่มีความหมาย ถือว่าไม่ให้เกียรติบัง” บังเว้ยเฮ้ยรีบขู่
       “ไม่ใช่นะคะ เราน่ะให้เกียรติบังเสมอ แล้วก็อยากจะให้ตังค์บังพอๆกับให้เกียรติ แต่ที่ผ่านมาเราระบบการเงินเรามันลัดวงจรจริงๆ” คิตตี้รีบเอ่ย แต่พวกบังเว้ยเฮ้ยทำหน้างงๆ
       “หมายถึงเงินมันช็อตน่ะค่ะ เราก็เลยจัดการอะไรไม่ได้จริง แต่ถึงเราเป็นนักจัดการที่ไม่ดี แต่เราก็เป็นลูกหนี้ที่ซื้อสัตย์นะคะ”ชมพู่รีบอธิบาย
       “เอาเถอะ ถึงบังจะเป็นแขกแต่บังก็ชอบคำสั่งสอนของพุทธศาสนา” ชมพู่กับคิตตี้คลานเข่าไปกอดขาบังไว้คนละข้าง
       “ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ พึงละเว้นการฆ่า การเบียดเบียน การทำร้ายร่างกายคนและสัตว์ มีเมตตากรุณา สงสารเห็นอกเห็นใจผู้อื่น” คิตตี้รีบยกมือประนม
       “สาธุ...” คิตตี้กับชมพู่ยกมือท่วมหัว
       “ไม่ใช่ บังชอบที่เค้าว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม” บังเว้ยเฮ้ยตอบ
       คิตตี้กับชมพู่ถึงกับสะดุ้ง
       “ใครทำอะไรก็ต้องได้อย่างนั้น” บังเว้ยเฮ้ยขู่
       ทันใดนั้นลูกน้องวิ่งเข้ามา รีบรายงานทันที
       “จับตัวไอ้ณเดชน์ กับไอ้หมากมาแล้วครับนาย” ลูกน้องบังเว้ยเฮ้ยตะโกนขึ้น
       “อ้อ มาแล้วเหรอ สองตัวนั่นมันติดหนี้อยู่เท่าไหร่นะ” บังเว้ยเฮ้ยถาม
       “ณเดชน์ 120 หมาก 250 ครับ” เสียงลูกน้องรายงานฉะฉาน
       “ไอ้สองคนนั่นมันติดน้อยกว่านังสองตัวนี่เยอะ งั้นไปจัดการมันก่อนละกัน คงใช้เวลาไม่นาน”
       ลูกน้องบังเว้ยเฮ้ยออกไป ก่อนปิดประตูขังชมพู่กับคิตตี้ไว้ ทั้งคู่มองหน้ากันด้วยความตื่นกลัว
       “ติดเงินแค่ร้อยสองร้อยยังทำกันขนาดนี้แล้วเราสองคนจะเป็นยังไง” ชมพู่เอ่ยขึ้น
       “ก็ตายน่ะซิ พวกมันต้องฆ่าเราตายแน่ๆ” คิตตี้หวาดกลัวไม่แพ้กัน
       “อ๊าย” ทั้งคู่ประสานเสียงกรี๊ดกันด้วยความกลัว
       “ปล่อยเราไปเถอะ / อย่าฆ่าเราเลย” ชมพู่กับคิตตี้พยายามทุบประตูอยากหนีด้วยอาการกลัวตาย
      
       ชมพู่กับคิตตี้ทุบประตูไปได้พักนึง ประตูกลับถูกเปิดออกอย่างง่ายดาย ทั้งคู่เงียบ มองหน้ากันงงๆว่าไม่คิดว่าจะง่ายขนาดนี้ แล้วรีบวิ่งออกมา พอออกมาจากห้องได้ ชมพู่กับคิตตี้ย่องไปที่บันไดชั้นล่างจนเดินผ่านห้องห้องหนึ่งที่ประตูเปิด แง้มไว้
       “อย่าทำผมเลยครับ อย่า” เสียงหมาก ลูกหนี้บังเว้ยเฮ้ยร้องขอชีวิต
       ชมพู่กับคิตตี้อดใจไม่ไหว แอบส่องดูเห็นชายสองคนที่ถูกมัดให้นั่งอยู่กับเก้าอี้โดยมีบังเว้ยเฮ้ยกับพวกรายล้อมอยู่
       “ผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว ให้โอกาสเราเถอะนะครับบัง” ณเดชน์รีบร้องขึ้น
       “โอกาสน่ะมีไว้ให้เฉพาะคนที่รักษาสัญญาเท่านั้น” บังเว้ยเฮ้ยเหลือบตาหาลูกน้องที่ถือดาบในมือพร้อมกับควักผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาชู
       “จัดการมัน” บังเว้ยเฮ้ยสั่ง
       ทันทีที่บังเว้ยเฮ้ยปล่อยผ้าเช็ดหน้าลงกับพื้น ลูกน้องฟันเข้าที่แขนข้างหนึ่งของณเดชน์ และขาข้างหนึ่งของหมากทั้งคู่ร้องขอชีวิตอย่างโหยหวน ชมพู่เห็นแล้วจะอ้าปากร้องด้วยความกลัว คิตตี้รีบเอามือมาปิดปากชมพู่ไว้ ในขณะที่อีกมือปิดปากตัวเองเอาไว้เหมือนกัน
       “ดีนะที่พวกแกติดไม่กี่ร้อย ไม่งั้นแกได้ตายเหมือนอีสองตัวที่อยู่ข้างบนแน่ ไปเว้ย ถึงคิวอีอ้วนผอมแล้ว”
       บังเว้ยเฮ้ยสั่งลูกน้องไปจัดการกับคิตตี้กับชมพู่ต่อคิวณเดชน์และหมากทันที
      
       คิตตี้กับชมพู่ได้ยินสะดุ้งสุดตัว พอได้สติทั้งคู่รีบวิ่งออกไปจากบ้าน ครู่หนึ่งบังเว้ยเฮ้ยกับลูกน้องออกจากห้องมา มองไปที่ประตูหน้าบ้านเห็นหลังชมพู่กับคิตตี้วิ่งออกไป
       “แค่นี้มันก็กลัวกันจนฉี่แตกแล้ว รับรองว่าถ้าพวกในตลาดรู้ข่าวความโหดของบังเว้ยเฮ้ย มันต้องหนีตายกันหัวซุกหัวซุนแน่” บังเว้ยเฮ้ยแอบยิ้ม พรรคพวกพากันหัวเราะ แต่พอหันกลับมาเห็นณเดชน์ที่ถือแขนโชกเลือดออกมาจากห้อง พร้อมกับหมากที่เดินเขย่งถือขาโชกเลือดออกมาก็ตกใจ
       “เฮ้ย” บังเว้ยเฮ้ยและพรรคพวกตกใจ
       “นังสองตัวนั่นมันหนีไปแล้วใช่มั้ยครับเสี่ย พวกผมจะได้ขอเบิกค่าตัวเลย เดี๋ยวจะได้ไปนั่งขอทานต่อ” ณเดชน์รีบโพล่งขึ้น
       “แล้วก็ปิดปากให้สนิทล่ะ ไม่งั้นชั้นจะให้ไอ้พวกนี้ตามไปฟันแขนขาที่เหลือของแกจริงๆ” บังเว้ยเฮ้ยรีบส่งเงินค่าตัวสำหรับการแสดงให้
       “ไม่ต้องห่วงครับเสี่ย เงินน่ะปิดปากพวกผมแน่นเสมอ งั้นพวกผมลานะครับ อ้อ เกือบลืมคืน” หมากรับเงินแล้วรีบเอ่ยขึ้น พร้อมยื่นแขนขาปลอมโชกเลือดส่งให้บัง บังเว้ยเฮ้ยเผลอลิมตัวหยิบไว้พอเห็นตกใจรีบโยนไปให้ลูกน้อง
       “เฮ้ย ขนลุก มันจะเหมือนของจริงอะไรขนาดนี้วะเนี่ย”
      
       นอกบ้านร้าง กลางสวนเวลานั้น ต๋องกับกิมลั้ง วิ่งฝ่าดงสวนมาเหงื่อไหลไคลย้อย
       “ไหวมั้ยกิมลั้ง ไม่งั้นเธอนั่งรออยู่แถวนี้ก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวชั้นไปจัดการเอง” ต๋องถามอย่างห่วงใย
       “ไม่เป็นไร ชั้นยังไหว” กิมลั้งตอบแล้วหันไปเห็นบ้านร้างที่อยู่ไกลๆ
       “นั่นบ้านนี่”
       “คิตตี้กับชมพู่น่าจะอยู่ที่นั่น ไป” ต๋องเอ่ยขึ้นแล้วรีบจูงมือกิมลั้งไป
      
       ส่วนชมพู่กับคิตตี้ วิ่งกระหืดกระหอบมาตามถนนลูกรังจนใกล้ถึงทางเข้าออก
       “นังคิตตี้ ถึงทางออกแล้ว” ชมพู่รีบโพล่งบอกคิตตี้
       “ไป กลั้นใจอีกนิดเดียว” คิตตี้เอ่ย
       ลูกน้องบังเว้ยเฮ้ยที่เฝ้าประตูอยู่หันมาเห็นชมพู่กับคิตตี้แต่ไกล แต่แกล้งนั่งหลับ ชมพู่กับคิตตี้วิ่งมาแล้วต้องชะงักเมื่อเห็นว่ามีคนนั่งเฝ้า
       “ฮะ!” ลูกน้องบังเว้ยเฮ้ยแกล้งละเมอ
       “โธ่เอ้ย จะเอาไงดีเนี่ย” ชมพู่ดวยวาย แล้วพาคิตตี้วิ่งไปหลบหลังพุ่มไม้
       คิตตี้มองไปที่ลูกน้องบัง
       “เอ๊ะ รู้สึกว่ามันจะหลับนะ” คิตตี้เอ่ยขึ้น
       “จริงด้วย งั้นทางก็สะดวก ไป” ชมพู่รีบบอก
       คิตตี้กับชมพู่จูงมือกันค่อยๆย่องไป แต่เพราะมัวแต่จ้องมองลูกน้องบังเว้ยเฮ้ยจึงไม่ได้ดูทางชมพู่สะดุดก้อนหินจน ล้ม ร้องโวยวายเสียงดัง
       “ว้าย”
       คิตตี้กับชมพู่หลับตาปี๋ เพราะคิดว่าร้องเสียงดังจนลูกน้องบังเว้ยเฮ้ยต้องตื่น แต่พอลืมตาขึ้นยังเห็นหลับทั้งคู่จึงแปลกใจ จากนั้นคิตตี้กับชมพู่คู่ค่อยๆคลานอย่างช้าๆ
       “มันหลับลึกจริงๆด้วย” คิตตี้ว่า
       “งั้นจะรออะไร รีบไปซิ” ชมพู่ว่า
       ทั้งคู่ลุกขึ้นพรวดพร้อมกันด้วยความรวดเร็วจนทำให้หัวชนกันล้ม กองอยู่บนร่างของลูกน้องบังเว้ยเฮ้ยที่โดนแรงกระแทกจนตกเก้าอี้ลงไปนอนกับ พื้น ลูกน้องบังต้องแอบกัดฟันด้วยความเจ็บปวดแต่จำต้องแกล้งหลับ คิตตี้กับชมพู่คิดว่ารอบนี้คงได้ตายของจริงแต่ปรากฏว่าลูกน้องบังเว้ยเฮ้ย ยังคงนอนนิ่ง
       “นี่มันหลับหรือมันตายเนี่ย” ชมพู่สงสัย
       “มันจะหลับหรือตายก็ช่างเถอะ แต่ถ้าเรายังไม่ไปจากตรงนี้ได้ตายแน่” คิตตี้ว่า
       ทั้งสองคนพากันวิ่งออกไป พอลับตาไปแล้วลูกน้องบังซมซานลุกขึ้นมาด้วยความเจ็บปวด
       “กูล่ะเชื่อมึงเล้ย”
       ลูกน้องบังเว้ยเฮ้ยเอ่ยขึ้น ด้วยความเหนื่อยหน่ายในความซุ่มซ่ามของคิตตี้และชมพู่
      
       เวลาต่อจากนั้น ต๋องกับกิมลั้งเห็นบังเว้ยเฮ้ยกับลูกน้องเดินออกมาจากในบ้านไปที่รถ
       “ให้ไอ้ดำกลับไปกับชั้นคนเดียว พวกแกที่เหลือซ่อนตัวอยู่ที่นี่ก่อน” บังเว้ยเฮ้ยสั่ง
       “ครับเสี่ย” ลูกน้องรับคำ
       ต๋องกับกิมลั้งได้ยินลูกน้องเรียกบังเว้ยเฮ้ยว่าเสี่ยพูด ทั้งคู่เริ่มงง
       “ตกลงมันจะเป็นบังหรือเป็นเสี่ยกันแน่” ต๋องเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย
       บังเว้ยเฮ้ยขึ้นซึ่งมีนายดำเป็นคนขับออกไป
       “ช่วยจำเลขทะเบียนรถด้วยกิมลั้ง” ต๋องสั่ง
       กิมลั้งท่องเลขทะเบียนรถบังนั่งออกไป ต๋องหยิบมือถือขึ้นกดไปที่ 191 แต่จู่ๆก็มีสายแทรกเข้ามา เสียงโทรศัพท์จึงดัง ลูกน้องบังเว้ยเฮ้ย หันมาที่ต้นเสียงทันที กิมลั้งกับต๋องหน้าเสีย
       “แย่แล้ว”
       ทันใดนั้นต๋องคว้ามือกิมลั้งวิ่งหนีทันทีเลยทำให้มือถือหล่นจากมือ ต๋องจะวิ่งกลับไปหยิบมือถือก็เห็นว่าพวกลูกน้องบังวิ่งกรูกันมา เลยต้องยอมทิ้งมือถือไว้
       “ใครวะ หยุดเดี๋ยวนี้นะ” ลูกน้องบังเว้ยเฮ้ยรีบตะโกนขู่
       ส่วนมือถือของต๋องที่ตกอยู่ ยังคงมีเสียงเรียกเข้ายังดังอยู่อย่างนั้น
      
       ที่หน้าแผงผักต๋อง กิมฮวยโทรเข้ามือถือของต๋อง แนบหูเพื่อรอการรับสายท่ามกลาง เลื่อนกับรักเร่ที่ยืนหน้าเสียอยู่
       “อาต๋องมันไม่ยอมรับสาย เห็นมั้ย มีพิรุธชัดๆ มันต้องแอบนัดหมายอากิมลั้งไปเจอกันข้างนอกแน่” กิมฮวยรีบโวย
       “โธ่ เจ๊ก็ช่างจินตนาการเกิน พี่ต๋องเค้าอาจจะไม่สะดวกรับสายก็ได้” เลื่อนรีบอธิบายแทน
       “นี่ เจ๊ เจ๊คิดดูดิ ถ้าเค้าตั้งใจออกไปกับลูกสาวเจ๊จริงๆ เค้าจะเปิดทีวีทิ้งไว้ทำไม แล้วถ้าเค้าจะไปไหน เค้าก็ต้องเรียกชั้นสองคนมาเฝ้าร้านแล้ว” รักเร่รีบช่วยเสริม
       “ตอนนี้พวกลื้อจะพล่ามอะไรก็ได้ทั้งนั้น เพราะอั๊วจับมันแบบหลักฐานคาตาไม่ได้ แต่อั๊วว่าสัญชาตญาณเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ของอั๊วน่ะไม่ผิดแน่ๆ” กิมฮวยโวยวายไม่เลิก
       “แหม สงสัย สาวๆเจ๊แอบนัดเจอกับเฮียเคี้ยงนอกตลาดบ่อยๆซินะ”เลื่อนแอบกัดกิมฮวย
       “แบบนี้เค้าเรียกว่าไก่เห็นตีงู งูเห็นนมไก่ใช่มั้ยเจ๊” รักเร่เสริมเป็นลูกคู่
       “ไอ้พวกบ้า” กิมฮวยยังต่อปากต่อคำกับเลื่อนและรักเร่
       ทันใดนั้นอี๊ด เจ้าของมอเตอร์ไซค์เดินเข้ามาถามคราวข่าวต๋องพอดี
       “เฮ้ย พี่ต๋องมารึยังวะ” อี๊ดตะโกนถาม
       “ยังเลย เอ็งมีอะไรรึเปล่า” เลื่อนถามกลับ
       “อ๋อ เค้ายืมมอไซค์ข้าไปน่ะ ก็นึกว่ากลับมาแล้ว” อี๊ดเล่า
       “อาต๋องมันยืมมอเตอร์ไซค์ลื้อไปนานรึยัง” กิมฮวยหูผึ่ง พอได้ยินดังนั้นรีบถามกลับ
       “ก็ ตอนสายๆอ่ะเจ๊” อี๊ดตอบ
       “แล้วลื้อเห็นว่ามันไปกับใครรึเปล่า” กิมฮวยรีบถาม
       อี๊ดลังเลเพราะรู้ดีว่ากิมฮวยไม่ปลื้มต๋อง และหันไปเจอเลื่อนกับรักเร่คล้ายขอความช่วยเหลือจึงรู้ทัน
       “ก็...คือ” อี๊ดอึดอัก
       “ตกลงมันไปกับอากิมลั้งใช่มั้ย” กิมฮวยเห็นทันทีว่าอี๊ดมีพิรุธ
       อี๊ดนิ่งไป
       “อั๊วถามว่าใช่มั้ย” กิมฮวยเข้ามาเขย่าตัวเค้นเอาคำตอบ
       “ชะ...ใช่จ้ะ” อี๊ดรีบตอบ
       “แล้วรู้มั้ยว่ามันไปไหน” กิมฮวยถามด้วยความแค้นใจ
       “ไม่รู้จ้ะ รู้แต่ว่าเค้าดูรีบร้อนกันมาก” อี๊ดบอก
       “อ๊าย ลองดีกับอั๊วใช่มั้ยไอ้ต๋อง วันนี้อั๊วเอาตำรวจไปลากคอลื้อเข้าซังเตแน่” กิมฮวยร้อนใจหนัก
       กิมฮวยเดินหน้าดำหน้าแดงออกไป เลื่อน รักเร่ และอี๊ด ยืนมองกันหน้าเครียด
       “มึงก็เห็น กูโดนบีบคั้น”
       อี๊ดเสียงอ่อย รีบหันหน้าไปแก้ตัวกับเลื่อนและรักเร่
      
       เวลานั้น ต๋องกับกิมลั้งวิ่งหนีการไล่ล่ามาหลบอยู่ใต้คันดินต่างระดับ ทั้งคู่พยายามนอนหมอบให้แนบกับดินที่สุด แล้วลูกน้องคนหนึ่งของบังเว้ยเฮ้ยวิ่งมาหยุดอยู่แถวเหนือหัวของต๋องกับ กิมลั้ง
       “เฮ้ย มันหายไปไหน ทำไมไวนักวะ” ลูกน้องบังเว้ยเฮ้ยบ่นขึ้น
       ต๋องกับกิมลั้งพยายามนิ่งเงียบแทบไม่หายใจ
       “มันไม่หายไปไหนหรอก อยู่แถวๆนี้ล่ะ แยกกันหาเว้ย” ลูกน้องอีกคนเอ่ยขึ้น
       เสียงฝีเท้ากระจัดกระจายไปทิศต่างๆ ต๋องส่งสัญญาณให้กิมลั้งตามมา แล้วต๋องค่อยๆคลาน โดยมีกิมลั้งตามมาติด เมื่อคิดว่าปลอดภัยแล้วลุกขึ้นเตรียมจะวิ่งออก แต่ปรากฏว่าลูกน้องบังเว้ยเฮ้ย กระโดดจากบนต้นไม้ลงมาดักหน้าทั้งคู่
       “กูว่าแล้วว่ามึงต้องอยู่แถวนี้” ลูกน้องบังเว้ยเฮ้ยพูดแล้วมองหน้าต๋องกิบกิมลั้ง
       ต๋องจวนตัวไม่รู้จะทำอย่างไร จึงเอาศีรษะตัวเองกระแทกเข้าให้ที่หน้าผากของลูกน้องบัง อย่างแรง
       จนอีกฝ่ายทรุดลงไปนั่งกับพื้น แล้วต๋องรีบจูงมือกิมลั้งวิ่งไป
       “มันอยู่ทางนี้” ลูกน้องบังเว้ยเฮ้ยรีบเรียกพรรคพวกมาช่วย
       พรรคพวกที่เหลือวิ่งมาเห็นหลังต๋องกับกิมลั้งที่วิ่งไปไวๆ ลูกน้องบังอีกคน คว้าปืนยิงรัวระยะไกลไปที่ต๋องกับกิมลั้งหลายนัด
source: manager.co.th

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น