วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555

อ่านมณีแดนสรวง, ตอนที่ 19 (ต่อ)

ที่โกดังร้างแห่งนั้น...ชิโลถูกผลักเข้ามาจนล้มลงพื้นส่งเสียงอู้อี้ สาโรจน์เข้าไปเอาผ้าปิดปากออกให้
      
       “แผนของพวกเจ้าไม่มีทางสำเร็จ ผู้กองสการจะไม่ยอมแลกข้อมูลนั่นกับฉัน”
       ทองทิวจ้องหน้า
       “แต่ดูจากสายตาที่มันมองเธอแล้ว ฉันว่าถ้าฉันจะขอแถมชีวิตมันมาด้วย มันก็คงยอมแลกได้โดยไม่มีเงื่อนไข”
       ชิโลชะงัก
       “ไม่นะ...ฉันขอร้องล่ะ ถ้าพวกเจ้าไม่เลิกทำบาป พวกเจ้าต้องตกนรก”
       ทองทิวนิ่งไปแล้วหันมองหน้ากับสาโรจน์ก่อนจะพากันหัวเราะกันสนุกสนาน
       “อ๋อ...ฉันจำได้แล้ว ไอ้ผู้กองเคยพาเธอมาเจอฉัน เธอบอกว่าเป็นนางฟ้ามาจากสวรรค์”
       “ฉันไม่ได้โกหก สวรรค์มีอยู่จริง นรกก็เหมือนกัน คนที่ก่อบาปทำกรรม สุดท้ายจะต้องลงไปชดใช้กรรมในขุมนรก ต้องทนทุกข์ทรมานกับบาปที่ก่อไว้ เพราะฉะนั้นพวกเจ้าควร หมั่นทำดี สิ้นบุญเมื่อไหร่จะได้ไปเกิดในภพภูมิที่สูงกว่า”
       “สาธุนะนังหนู ถ้านรกมีจริงอย่างที่ว่า ฉันว่านรกคงแตกไปนานแล้ว เพราะบนโลกนี้ฉันไม่เคยเห็นมีใครดีสักคน มีแต่คนอย่างฉันเดินเพ่นพ่านกันให้เต็มไปหมด ฮ่าๆๆๆ”
       ทองทิวหัวเราะสะใจก่อนจะหันไปที่สาโรจน์
       “เตรียมสินค้าล็อตใหญ่ครั้งนี้ให้พร้อม ฉันจะส่งนังบ้านี่ไปให้อาเหม็ด มันจะได้ไปเห็น นรกบนดินของจริง”
       “แล้วพวกตำรวจล่ะครับ”
       “ฉันมั่นใจว่าไอ้ผู้กองสการต้องมาแลกตัวนังนี่แน่ และถ้ามันมาถึงเมื่อไหร่…”
       ทองทิวยิ้มร้าย สาโรจน์เข้าใจ
       “ครับนาย...มันตายคามือผมแน่”
       ทองทิวหัวเราะชอบใจแล้วเดินออกไป สาโรจน์เข้ามาเอาผ้าปิดปากชิโลเอาไว้เหมือนเดิม ชิโลร้องอู้อี้ขอร้องอย่า ทำอะไรสการ
      
       ที่สำนักงานตำรวจ...สการเข้ามาเห็นทีมตำรวจหน่วยจู่โจม กำลังเตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการจับกุมทองทิว ดำเกิงเข้ามาสมทบ สการทำความเคารพ ผู้การดำเกิงยิ้มชื่นชม
       “ทำได้ดีมากผู้กอง คุณตรีชฎาบอกว่าหลักฐานที่จะใช้มัดตัวนายทองทิวให้ดิ้นไม่หลุด อยู่กับคุณ”
       “ครับท่าน”
       “ดี...นี่จะเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายที่เราจะได้ปิดคดี เพื่อลากคอคนเลวอย่างมันให้เข้าคุก”
       สการสงสัย
       “ทำไมครับท่าน”
       “ผมได้ข่าวมาว่าเงินทุนก้อนโตที่นายทองทิวจัดหาให้กับพรรคการเมือง กำลังจะทำให้ชื่อของมันถูกขยับไปอยู่ในปาร์ตี้ลิสต์อันดับต้นๆ เราต้องเร่งส่งหลักฐานไปตรวจสอบ เพื่อออกหมายจับให้เร็วที่สุด ก่อนที่คดีนี้จะถูกทำให้กลายเป็นแค่เกมส์การเมือง”
       สการได้ฟังเงื่อนไขแล้วก็นิ่งไปหน้าเครียด แต่ผู้การดำเกิงเข้าใจไปว่าสการเป็นห่วงชิโล
       “ทีมที่ผมเลือกมาครั้งนี้ ฝีมือคัดมาอย่างดี มั่นใจได้ ว่าจะช่วยชิโลให้ปลอดภัยกลับมา”
       “แล้วผมล่ะครับท่าน”
       “คุณเหนื่อยมามากแล้ว ผมอยากให้คุณพัก ปล่อยให้ที่เหลือเป็นหน้าที่ของทีม”
       “แต่ว่า...”
       “เชื่อผม สภาพคุณล้าเกินกว่าจะออกไปลุยอีก เอาล่ะ...ผมขอหลักฐานด้วย ผมจะได้ส่ง ไปตรวจสอบ”
       สการหยิบแฟลชไดร์ฟจากกระเป๋ากางเกงออกมา กำไว้แน่นและจะยื่นให้ผู้การ แต่ระหว่างนั้นตรีชฎาเข้ามา
       “ท่านคะ...มีสายด่วนค่ะ” ตรีชฏากระซิบผู้การดำเกิง “ภรรยาท่านค่ะ”
       “งั้นเดี๋ยวคุณจัดการเรื่องหลักฐานต่อด้วย”
       ผู้การดำเกิงเดินออกไป ตรีชฎาแบมือขอหลักฐานจากสการ
       “หลักฐานล่ะคะผู้กอง”
       สการกำแฟลชไดร์ฟแน่น ลังเล ตัดสินใจยากลำบาก ตรีชฎาสงสัยที่เขาไม่ยอมให้หลักฐานซะที
       “ผู้กองคะ ดิฉันขอหลักฐานด้วยค่ะ”
       สการยังไม่ทันจะตัดสินใจเลือกว่าจะเอายังไง ตรีชฎาก็คว้าเอาแฟลชไดร์ฟในมือไปทันที สการอึ้ง
       “ขอบคุณค่ะผู้กอง”
       ตรีชฎาถือหลักฐานเดินออกไป สการขบกรามกำหมัดเจ็บใจตัวเอง
      
       สการปรี่เข้ามาชกกระจกห้องน้ำทันที...เปรี้ยง !! กระจกห้องน้ำแตกคามือ
       “โธ่โว้ย ! ชิโล...ฉันต้องทำยังไง...ฉันถึงจะช่วยเธอได้”
       มือสการชุ่มไปด้วยเลือด อึดอัดใจระหว่างหน้าที่กับความรัก ดรัณเปิดประตูเข้ามาตามหา พอเห็นเข้าก็ตกใจ
       “เฮ้ยไอ้แซม…นี่ทำบ้าอะไรของแกวะเนี่ย”
       ดรัณรีบไปดึงกระดาษทิชชู่มาช่วยซับเลือดพันมือให้
       “ฉันหาทางช่วยชิโลไม่ได้”
       “ฉันเจอคุณตรีชฎาแล้ว เข้าใจความรู้สึกของแก ถ้าเป็นฉันคงไม่ใช่แค่เอามือไปชก กระจกหรอก ฉันคงเอาหัวไปโขกอ่างล้างหน้าให้ตายๆไปซะถ้าต้องเสียคุณชิโลไป”
       “ถ้าพวกมันฆ่าเธอ ฉันก็ไม่ควรจะมีชีวิตอยู่ต่อไป”
       “อย่านะเว้ยไอ้แซม…แกจะคิดสั้นแบบนั้นไม่ได้ คิดถึงแม่แกบ้างสิวะ ต่อให้ทำบุญเยอะ แค่ไหน แต่ก็ไม่ได้โชคดีบ่อยๆหรอก ที่จะได้กลับมาเจอลูกตัวเอง หลังจากที่ลูกตายไป แล้วนะเว้ย”
       สการชะงัก
       “นี่แกพูดเรื่องอะไรของแก”
       “โธ่เว้ย...ไม่น่าหลุดปากเลยกู”
       “ไอ้ดรัณ…แกปิดบังอะไรฉันอยู่ บอกฉันมา”
      
       ชิโลถูกจับมัดมือมัดเท้ามีผ้าปิดปาก ลูกน้องของสาโรจน์คนหนึ่งที่ถูกส่งมาเฝ้าเดินป้วนเปี้ยนวนไปวนมา มองตาไม่กระพริบ เพราะขาสวยๆยาวๆขาวๆ ชิโลรู้ว่ามันมีจุดประสงค์ไม่ดีจึงคิดใช้โอกาสนี้หาทางออก เลยส่งเสียงอู้อี้เรียกร้องความสนใจ
       “อยากให้พี่ช่วยเหรอจ๊ะคนสวย”
       ชิโลพยักหน้ารับ ลูกน้องหันซ้ายหันขวาเห็นไม่มีใครเข้ามาก็เข้าไปช่วยดึงผ้าปิดปากออกให้
       “ขอบใจนะ”
       “ไม่เป็นไร พี่เห็นน้องอึดอัดแล้วอดสงสารไม่ได้”
       “ใจดีแบบนี้ไม่น่ามาเป็นโจรเลยนะจ๊ะ”
       “พี่ก็ไม่ได้อยากทำหรอก...ถ้ามีงานดีๆทำพี่ทำไปนานแล้ว”
       “งั้นช่วยฉันสิ…แล้วฉันจะช่วยหางานดีๆทำให้ จะได้กลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี”
       “ฟังดูเข้าท่า…งั้นเดี๋ยวพี่ช่วยนะ”
       ลูกน้องเข้าไปช่วยแกะเชือกที่มือและเท้าให้ ชิโลดีใจจะรีบลุก แต่กลับถูกมันจับมือเอาไว้
       “เดี๋ยวสิคนสวย…พี่ช่วยน้องพี่ไม่ได้อยากได้อะไรมากหรอก ขอแค่น้องตอบแทนพี่ให้ ชื่นใจหน่อยก็พอแล้ว”
       ลูกน้องบีบแขนชิโลแล้วยิ้มหื่น
       “นึกอยู่แล้วเชียว มนุษย์ที่จิตใจหยาบช้าจนเป็นสันดาน แก้ยังไงก็ไม่หาย”
       ชิโลเตะผ่าหมากใส่...ป้าบ มันจุกตัวงอแล้วชิโลก็ใช้สองนิ้วจิ้มลูกตามันแรงๆซ้ำไปอีก ก่อนจะวิ่งหนีทันที
       “โอ้ย…นังตัวแสบ อย่าหนีนะ อู้ย”
      
       ชิโลวิ่งหนีออกมาพยายามหาทางออก มองซ้ายมองขวาเห็นประตูที่จะออกไปได้ จะวิ่งไปแต่ได้ ยินเสียงเด็กสาวๆร้องห่มร้องไห้ดังมาจากอีกทาง หญิงสาวชะงักเดินตามไปดูเห็นพวกเด็กสาว ที่ถูกพาตัวมากอดกันกลมร้องห่มร้องไห้อ้อนวอน
       “พี่จ๋า…ปล่อยพวกหนูไปเถอะ หนูอยากกลับบ้าน”
       พวกลูกน้องของสาโรจน์ไม่สนใจ เข้าตบหน้าสั่งสอนจนเด็กสาวเลือดกลบปาก เป็นตัวอย่างให้คนอื่นๆกลัว ชิโลเห็นแล้วรู้สึกโกรธ สองจิตสองใจว่าจะหนีออกไปทั้งๆที่มีโอกาส หรือจะเข้าไปช่วยผู้หญิงพวกนั้น ให้หนีไปด้วยกัน เธอมองประตูแล้วตัดสินใจคว้าไม้ขึ้นมาจะเข้าไปช่วย แต่ต้องชะงักเมื่อสาโรจน์ยื่นปืนเข้ามาจ่อหลัง พร้อมขึ้นไก…คลิ๊ก
       “คิดผิดแล้วคนสวย มีทางรอดมันก็ควรหนี เพราะถ้าเลือกเป็นคนดีเมื่อไหร่ ก็หมาย ความว่าอยากอายุสั้น”
      
       สการอึ้งไปกระชากคอเสื้อดรัณมาถามซ้ำ
       “แกอย่ามาล้อฉันเล่นนะเว้ย ชิโลน่ะเหรอเป็นพี่สาวของฉันที่ตายไปตั้งแต่ยังเล็กแล้ว ได้ไปเกิดเป็นนางฟ้า แล้วก็กลับมาหาแม่ฉันอีก”
       “ของอย่างนี้ใครจะล้อเล่นวะ แม่แกเพิ่งจะเล่าทุกอย่างให้ฉันฟังมานี่แหละ”
       สการผลักดรัณแล้วหันมาอึ้งตะลึงงันแทบไม่เชื่อหู
       “ที่จริงฉันก็ไม่ได้อยากเล่าให้แกฟังหรอก แต่คิดอีกทีถ้าแกรู้เอาไว้ล่วงหน้า เวลาที่คุณ ชิโลปลอดภัยกลับมา แกจะได้ไม่คิดกับเธอไปไกลเกินกว่าคำว่า…พี่น้อง”
       สการกำหมัดแน่นตัดสินใจ
       “ไม่ว่าชิโลจะเป็นอะไร ฉันก็จะไม่ปล่อยให้เธอตกอยู่ในอันตรายคนเดียวเด็ดขาด”
       “ไอ้แซม…แต่ผู้การสั่งไม่ให้แกร่วมทีมนะ”
       “ฉันมีวิธีจัดการของฉันเอง”
       สการออกไป ดรัณรู้สึกใจคอไม่ดีแต่ตัวเองก็ยังมีเรื่องที่ต้องทำอยู่
       “มันจะทำบ้าอะไรของมันอีกวะ”
      
       ผู้การดำเกิงกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ในห้อง ตรีชฎาวิ่งหน้าตื่นเข้ามา
       “ท่านคะ…ท่าน…แย่แล้วค่ะ”
       “อะไรของคุณ…ไม่เห็นเหรอว่าผมติดสายอยู่”
       ตรีชฎาไม่สนใจรีบเข้าไปแย่งโทรศัพท์มาวางทันที
       “แต่เรื่องนี้สำคัญกว่าโทรศัพท์จากภรรยาของท่านค่ะ”
       “หมายความว่าไงเนี่ยคุณตรีชฎา”
       “ก็ผู้กองสการน่ะสิคะ แอบมาลบข้อมูลมัดตัวนายทองทิวที่ดิฉันกำลังจะส่งไปตรวจสอบ ทิ้งจนเกลี้ยง แล้วยังขโมยหลักฐานนั่นไปอีกด้วยค่ะ”
       ผู้การดำเกิงตกใจ
       “ห๊ะ ! ผู้กองสการจะทำแบบนั้นไปทำไม”
       “ดิฉันว่า…ผู้กองคงเอาไปช่วยคุณชิโลค่ะ”
       “เวรแล้วไง ผู้กองสการ” ผู้การดำเกิงเครียดไปทันที
      
       ทองทิวอยู่กับลูกน้องที่ห้องโถง
       “เจอตัวยัยสิแล้วเหรอ”
       “ครับนาย คุณสิขับรถไปประสบอุบัติเหตุ ประกันแจ้งมาว่าตอนนี้อยู่โรงพยาบาล แต่ไม่ เป็นอะไรมากครับ”
       “ดีแต่หาเรื่องให้ฉันได้ตลอด ไปคอยประกบไว้อย่าให้วุ่นวายอีก”
       ลูกน้อง รับคำแล้วเดินออกไป ลูกน้องอีกคนเดินสวนเข้ามา
       “นายครับ...ทีมตำรวจที่มาซุ่มรอจับนายอยู่หน้าบ้าน ยังไม่ไปไหนเลยครับ”
       ทองทิวยังนิ่งไม่มีท่าทางตื่นตระหนก ระหว่างนั้นโทรศัพท์มือถือดัง ทองทิวดูเบอร์แล้วรับสาย
       “ผู้กอง...ทำไมให้ผมรอนานนักล่ะ”
      
       สการขับรถไปตามถนน อีกมือโทรศัพท์ติดต่อกับทองทิว
       “ฉันกำลังจะเอาหลักฐานไปให้ แกเตรียมตัวปล่อยชิโลได้แล้ว”
       “จะให้ผมเชื่อได้ยังไง ที่หน้าบ้านผม ยังเห็นทีมตำรวจมาซุ่มรอจับผมอยู่เลย”
       “ไม่มีหลักฐานให้ออกหมายจับ ใครจะทำอะไรแกได้”
       ทองทิวนิ่งไปแล้วหันไปสั่งลูกน้อง
       “เช็คดูอีกทีสิ”
       ลูกน้องรับคำสั่งแล้ววิทยุถามพวกที่อยู่นอกบ้าน ก่อนจะหันกลับมาตอบ
       “พวกตำรวจถอนกำลังกลับไปแล้วครับนาย”
       ทองทิวยิ้มพอใจก่อนจะตอบสการกลับไป
       “ผมเชื่อคุณเลย ผู้หญิงดีๆมีตั้งเยอะทำไมถึงได้ไปหลงรักผู้หญิงบ้าๆสติไม่สมประกอบ”
       “คนเลวอย่างแกไม่มีวันได้มองเห็นเนื้อแท้ของชิโลหรอก ถ้าแกทำให้ชิโลมีรอยข่วนแม้ แต่นิดเดียว ฉันจะจองล้างจองผลาญแกไปถึงนรกเลย”
       สการกดวางสายแล้วหันไปมองที่กระเป๋าข้างๆตัวหยิบเอาระเบิดลูกหนึ่ง ขึ้นมามองหน้าเคร่งเครียดจริงจัง ก่อนจะเหยียบคันเร่ง รถพุ่งทะยานไปอย่างรวดเร็ว
      
       สิริสุดานั่งกอดเข่า น้ำตาไหลอาบแก้มอยู่บนเตียงเศร้าๆคนเดียว เสียงเปิดประตูเข้ามา สิริสุดานึกว่าเป็น พยาบาลเลยดึงม่านมาปิดไม่อยากเจอใคร
       “ออกไป...ฉันอยากอยู่คนเดียว”
       ม่านค่อยๆเปิดเข้ามา สิริสุดารำคาญหันไปตวาดเสียงดัง
       “หูหนวกเหรอไง ฉันบอกว่าฉันอยากอยู่คนเดียว”
       “แต่ผมไม่ยอมให้คุณอยู่คนเดียวหรอก...สิ”
       สิริสุดาชะงัก
       “ดรัณ !...นี่...นี่คุณรู้ได้ไงว่าสิอยู่ที่นี่”
       “คุณป้าแม่ไอ้แซมเห็นคุณที่นี่...สิ...คุณเป็นอะไรมากมั้ย ผมเป็นห่วงคุณนะ”
       “สิไม่ได้ต้องการความเห็นใจจากคุณ ออกไป....บอกให้ออกไป”
       “สิ...ฟังผมก่อน”
       “สิไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ทั้งคุณทั้งพ่อสิ ทุกคนที่สิรักมีแต่โกหกหลอกลวงทั้งนั้น”
       “ผมขอโทษที่ผมเคยโกหกคุณ หน้าที่มันบังคับให้ผมทำอย่างนั้น แต่ความรักของผม ที่มีต่อคุณมันเป็นของจริง ไม่มีคำโกหกอยู่ในนั้นเลยนะสิ”
       สิริสุดาปิดหู
       “ไม่...ไม่อยากฟังอะไรอีกแล้ว”
       “ถ้าคุณไม่อยากฟัง งั้นคุณก็ต้องดูให้เห็นกับตา...ท่านอุ้มสม”
       อุ้มสมเข้ามาในห้อง สิริสุดาแปลกใจ
       “พวกของนังชิโล นี่คุณพามันมาทำไม”
       อุ้มสมถลึงตาใส่
       “หุบปากของเจ้าไปซะ ไม่รู้ตัวซะแล้วว่ากำลังพูดจาอยู่กับใคร”
       “ใจเย็นก่อนครับท่าน เราต้องขอความช่วยเหลือจากสินะครับ”
       อุ้มสมเชิดหน้าหยิ่งๆก่อนจะถอยไปยืนเตรียมพื้นที่แล้วเอามือถูจมูกตัวเองฟุดฟิดๆอยู่ครู่ก่อนจะจามออกมาเสียงดัง
       “ฮัด...ฮัด....ชิ้ว”
       สิ้นเสียงจามอุ้มสมก็กลายเป็นนกแก้วบินมาเกาะที่โต๊ะ สิริสุดาตะลึง...
       “อุ้มสม ดรัณ…นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย”
       “สิ่งที่ชิโลพยายามจะบอกคุณมาตลอดไง…สิ”
       เสียงฮัดชิ้วดังขึ้นอีกครั้ง นกแก้วอุ้มสมกลายร่างเป็นอุ้มสมเหมือนเดิม สิริสุดาเหวออีก อุ้มสมมองหน้า
       “เอาล่ะ เจ้าก็ได้เห็นแล้วว่าอะไรคือความจริง ทีนี้ก็จงตั้งหน้าตั้งตา…ฟัง”
      
       สิริสุดาอึ้งไปเมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากของดรัณและอุ้มสม
       “ชิโลเป็นนางฟ้ามาจากสวรรค์ ห้ามไม่ให้เราแต่งงานกันเพราะเราไม่ใช่คู่พรหมลิขิต”
       อุ้มสมพยักหน้า
       “ใช่...เพราะการปล่อยให้พวกเจ้าแต่งงานกัน สุดท้ายก็ต้องเลิกรา ต่างฝ่ายต้องเจอแต่ ความเจ็บปวด ชิโลสงสารเลยลงมาช่วย แต่ผิดกฎสวรรค์เลยถูกสาปให้เป็นมนุษย์”
       “ตอนนี้ชิโลถูกพ่อคุณจับตัวไป ไม่รู้ว่าเอาตัวไปไว้ที่ไหน ทางเดียวที่จะช่วยได้ก็คือ ทำภารกิจของชิโลให้สำเร็จ ชิโลจะได้กลับมาเป็นนางฟ้าอีกครั้ง”
       “จะให้สิกลับมาคืนดีกับคุณ แล้วกลับมาแต่งงานกับคุณตอนนี้น่ะเหรอดรัณ”
       “ใช่จ้ะ...แต่ไม่ใช่แค่เพื่อช่วยชิโลอย่างเดียว เพื่อเราสองคนด้วย ผมรักคุณนะสิ”
       ดรัณกุมมือสิริสุดาตั้งใจบอกรัก แต่สิริสุดากลับคิดหนัก
       “ถ้าสิยอมช่วยชิโล แล้วคุณป๋าล่ะ ใครจะช่วย”
       อุ้มสมถอนใจ
       “กรรมใดใครก่อก็ต้องรับกรรมนั้นไป พ่อของเจ้าทำบาปไว้หนัก แม้แต่เทวดาก็จน ปัญญาช่วย”
       ดรัณรีบขัด
       “ท่านอุ้มสม ทำไมพูดอย่างนี้ล่ะ”
       “เราพูดความจริง ผิดตรงไหน”
       สิริสุดายกมือปราม
       “พอได้แล้ว สิไม่สนหรอกว่าชิโลจะเป็นนางฟ้าแสนดีมาจากไหน แต่สิ่งที่ชิโลทำเรียก ว่าจุ้นไม่เข้าเรื่อง ถ้าสิจะเจ็บปวด สิก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง ไม่ใช่มาเสนอหน้าทำลายงานแต่งของสิ”
       “แต่ชิโลทำเพราะต้องการช่วยพวกเจ้านะ”
       “แล้วฉันเคยยกมือไหว้ขอให้ช่วยรึเปล่า”
       อุ้มสมชะงักอึ้ง
       “เออ...ก็จริง”
       “ออกไปได้แล้ว...ไม่ใช่หน้าที่ฉันที่จะต้องยอมไปช่วยนางฟ้าจอมจุ้น”
       ดรัณพยายามอ้อนวอน
       “ไม่นะสิ...ผมรักคุณจริงๆนะ...สิผมขอร้อง”
       “จะไม่ออกไปใช่มั้ย...ได้...งั้นสิไปเอง”
      
       สิริสุดาผลักดรัณออกแล้วรีบเดินออกไปทิ้งดรัณกับอุ้มสมไว้ในห้อง
สิริสุดาเดินออกมาที่บริเวณทางเดินของโรงพยาบาล ระหว่างนั้นลูกน้องของทองทิวสองคน เดินเขามาประกบ
        
       “คุณหนูสิครับ...นายให้พวกผมมารับคุณ”
       สิริสุดาชะงัก
       “นี่...ปล่อยมือนะ อย่ามาจับตัวฉัน”
       “พวกผมขัดคำสั่งนายไม่ได้ครับ นายให้พาคุณกลับบ้าน”
       สิริสุดาสะบัดเต็มแรง
       “ฉันไม่กลับบ้าน แต่พวกแกต้องพาฉันไปหาคุณป๋า”
       ลูกน้องชะงัก
       “ไม่ต้องมาทำหน้าโง่ ฉันมีเรื่องสำคัญต้องไปเตือนคุณป๋า”
       พวกลูกน้องยังลังเล
       “ดรัณอยู่ ที่นี่จะให้ฉันบอกเขามั้ย...ห๊ะ”
       สิริสุดาจ้องหน้าเอาเรื่องพวกลูกน้องที่มองหน้ากันเอายังไงดี
      
       ดรัณกับอุ้มสมรีบตามเข้ามา
       “สิ...สิ...หายไปไหนแล้ว”
       “แล้วทีนี้จะทำไงล่ะ สิริสุดาเป็นเบาะแสเดียวที่จะตามหาชิโลได้ ชิโลแย่แน่...โธ่เอ้ย”
      
       สิริสุดาอยู่ในชุดคนไข้โรงพยาบาล ยืนหน้าเครียดอยู่หน้าโกดัง ทองทิวเดินออกมาแล้วหันไปมองหน้าลูกน้องที่พา สิริสุดามาอย่างไม่พอใจ
       “ฉันบอกให้พาไปที่บ้าน สะเออะพามาที่นี่ทำไม”
       “คุณสิบังคับพวกผมครับ บอกว่ามีเรื่องสำคัญต้องเตือนท่าน ให้พามาพบท่านให้ได้”
       สิริสุดาเข้ามา
       “สิต้องการคุยกับคุณป๋าตามลำพัง” สิริสุดาหน้าตาจริงจังมาก “เป็นเรื่องสำคัญมาก สิต้องเตือนให้ป๋ารู้”
       ทองทิวมองลูกสาวแล้วโบกมือไล่พวกลูกน้องออกไปยืนห่างๆ
       “มีอะไร”
       “คุณป๋าต้องหยุด หยุดทุกอย่างที่กำลังทำอยู่ให้หมด”
       “สิ...ที่ป๋าไม่อยากให้สิรู้เรื่องของป๋าก็เพราะแบบนี้นี่แหละ ป๋าไม่อยากให้สิมายุ่งกับงาน ของป๋า และที่สำคัญ ป๋ามาไกลเกินกว่าจะหยุด”
       “ไม่ได้นะคะคุณป๋า ถึงคุณป๋าจะไม่กลัวตำรวจ แต่คุณป๋าก็ควรจะต้องกลัวบาป”
       “บาป...นี่ลูกเอาอะไรมาพูดเนี่ย”
       “สิเห็นมากับตาแล้วนะคะคุณป๋า ชิโลเป็นนางฟ้า มีเทวดา มีสวรรค์ แล้วก็มีนรกจริงๆ สิ่งที่เราเคยมองว่าเป็นไปไม่ได้ ตอนนี้มันมีอยู่จริงๆ ถ้าคุณป๋าไม่หยุดทำบาป เวรกรรม จะไล่ตามเล่นงานคุณป๋า สิไม่อยากให้ป๋าตกนรก”
       ทองทิวฉุนกึก
       “ไร้สาระ นี่เหรอเรื่องสำคัญที่แกมาเตือนฉัน ฉันก็นึกว่าแกรู้อะไรดีมาจากไอ้ดรัณมันถึงได้ยอมให้แกคบหากับตำรวจอย่างมัน”
       สิริสุดาอึ้ง
       “คุณป๋า นี่…นี่หมายความว่า ตลอดมาคุณป๋าใช้สิเป็นเครื่องมือ”
       ทองทิวเข้าไปบีบแขนเอาจริงไม่ใจดีกับลูกอีกแล้ว
       “ฉันลงทุนทุกอย่างไปเยอะมาก ต่อให้สิบ เทวดา สิบยมบาลมายืนขวาง ฉันก็ไม่สน เฮ้ย”
       ทองทิวตะโกนเรียก ลูกน้องเข้ามา
       “พากลับไปอย่าให้มาเกะกะที่นี่อีก”
       ทองทิวส่งลูกสาวให้พวกลูกน้อง
       “คุณป๋า...คุณป๋าต้องเชื่อสินะ หยุดทำบาป ไม่อย่างนั้นคุณป๋าจะต้องตกนรก”
       ทองทิวไม่สนใจเดินออกไปพร้อมกับสาโรจน์ พวกลูกน้องจับแขนสิริสุดาจะพาออกไป ตอนนั้นเองที่สิริสุดา ตัดสินใจในเมื่อขอร้องคุณป๋าไม่ได้ ก็ต้องหยุดทุกอย่างด้วยตัวเอง หญิงสาวยกเท้ากระทืบใส่ลูกน้องพ่อ แล้วแย่งเอาปืนจากเอวมันมาขู่
       “อย่านะ...ถ้าใครตามฉันมาฉันยิงจริงๆด้วย”
       ทองทิวกับสาโรจน์หันมาเห็นสิริสุดาแย่งปืนไปได้ก็ตกใจ
       “ยัยสิ...อย่าทำอะไรโง่ๆนะ”
       สิริสุดาลั่นไกเปรี้ยงใส่พื้น ทุกคนกระโดดหลบแทบไม่ทัน
       “ในเมื่อคุณป๋าไม่หยุด สิก็จะหยุดป๋าเอง”
       สิริสุดาถือปืนวิ่งเข้าไปในโกดัง พวกลูกน้องชักปืนจะยิงตามแต่โดนทองทิวกระชากคอเอาไว้
       “นั่นลูกสาวฉันนะเว้ย จับตัวมา”
       พวกลูกน้องแห่ตามสิริสุดาเข้าไป ระหว่างนั้นลูกน้องอีกคนเข้ามา
       “นายครับ ผู้กองสการมาถึงแล้วครับ”
       ทองทิวหงุดหงิดหัวเสีย
       “โธ่เว้ย ! สาโรจน์แกไปกับฉัน ส่วนพวกแกหยุดยัยสิให้ได้ อย่าให้ ยัยสิทำแผนการฉันพัง”
       ทองทิวออกไปกับสาโรจน์พร้อมลูกน้องอีกสองสามคน
      
       อีกด้านของโกดัง ชิโลกับพวกเด็กสาวถูกพาตัวออกมากำลังจะโดนพาตัวไปขึ้นรถตู้ที่มาจอดรอรับ
       “ไป...อย่ามาอ้อยอิ่ง รีบไปขึ้นรถ”
       พวกเด็กสาวพากันร้องไห้สะอื้นและกลัว ระหว่างนั้นสิริสุดาถือปืนเข้ามาจ่อที่หัวลูกน้องของพ่อ
       “ปล่อยทุกคนไป”
       “คุณหนูสิ”
       สิริสุดาใช้ด้ามปืนทุบเข้าต้นคออย่างแรง ลูกน้องร่วงหมดสติ ลูกน้องอีกคนตกใจจะชักปืน สิริสุดาหันปืนไปขู่
       “ทิ้งปืนซะ”
       ลูกน้องยังไม่ทันจะวางปืน อีกสองคนก็ตามเข้ามา
       “คุณสิครับ…หยุดเถอะครับ”
       “พวกแกนั่นแหละ อย่าเข้ามานะ ถ้าพวกแกทำอะไรฉัน ที่คุณป๋าเคยส่งให้ฉันไปเรียน ยิงปืนมาฉันได้ใช้พวกแกเป็นเป้าจริงแน่”
       พวกลูกน้องอึกอักไม่กล้าเข้าใกล้ สิริสุดาขยับไปหาชิโล
       “ชิโล…พาพวกผู้หญิงหนีไป”
       “คุณสิ”
       “เร็วเข้าสิ”
       ชิโลพยักหน้ารับแล้วเข้าไปช่วยพาพวกเด็กสาวหนีออกไปอีกทาง สิริสุดาส่ายปืนขู่แล้วตามชิโลไป
      
       ภาพสิริสุดาช่วยชิโลปรากฏในกระจกที่อสุเรศยืนดูอยู่กับพวกสมุน
       “สนุกดีนะขอรับนายท่าน นั่งดูพวกมนุษย์ต่อสู้กัน” จิตราสูรหันไปหาอัคราสูร “แกว่าใครจะชนะวะไอ้อสูรหัวลูกโป่ง”
       “ผู้หญิงตัวนิดเดียวจะสู้พวกผู้ชายตัวโตๆได้ไง” อัคราสูรนึกได้ “เฮ้ย…นี่แกหลอกด่าข้าอีกแล้ว”
       อสุเรศปรามสมุน
       “พอซะที…นั่งดูความพยายามเอาตัวรอดของพวกมันแล้ว ข้าว่า…ถึงเวลา แล้วที่ข้าจะได้ตัวนางฟ้าแสนสวยมาเป็นเมียซะที”
       จิตราสูรไม่เข้าใจ
       “ยังไงล่ะครับนายท่าน รัศมิชโลธรยังมีสร้อยวิเศษปกป้องกายจากพวกเราอยู่นี่ขอรับ”
       “เดี๋ยวนางก็จะไม่มีแล้ว…เชื่อข้าสิ…ฮ่าๆๆๆๆ”
       อสุเรศหัวเราะกึกก้อง สองสมุนมองหน้ากันสงสัย
      
       อีกมุมหนึ่งของโกดัง สการเผชิญหน้ากับพวกทองทิวและสาโรจน์
       “ผมชื่นชมคุณจริงๆผู้กอง ยอมทิ้งอนาคต ยอมเสี่ยงชีวิตมาที่นี่คนเดียวเพื่อช่วยผู้หญิง บ้าๆคนนึง”
       สการไม่ตอบอะไรสายตาสำรวจไปรอบๆนับจำนวนลูกน้องของทองทิวที่รายล้อมรอบตัว
       “ชีวิตของชิโลมีค่ามากกว่าชีวิตฉัน และก็มีค่ามากกว่าที่คนอย่างแกจะคิดถึง ถึงรู้ว่าต้อง มาตาย แต่ก็คุ้มที่ต้องเสี่ยง ปล่อยชิโลมาได้แล้ว”
       “แล้วไหนล่ะ หลักฐานของผม”
       สการชูแฟลชไดร์ฟขึ้นให้เห็นชัดๆ
       “ถึงวันนี้หลักฐานนี่จะทำอะไรแกไม่ได้อีกแล้ว แต่ก็ไม่ได้ หมายความว่า บาปกรรมจะหยุดตามแกไปด้วย ยิ่งแกทำชั่วมากเท่าไหร่ เวรกรรมก็ จะยิ่งไล่ตามแกเร็วขึ้น”
       “เวรกรรม นรก สวรรค์ สาโรจน์ วันนี้วันพระเหรอวะถึงมีแต่คนพูดเรื่องนี้ให้ฉันรู้สึก คันหูทั้งวัน”
       สาโรจน์ยิ้มๆ
       “สงสัยจะใช่ครับนาย”
       ทองทิวกับพวกลูกน้องหัวเราะเยาะเย้ยสการ ระหว่างนั้นลูกน้องที่โดนสิริสุดาเล่นงานเข้ามาที่ทองทิว
       “นายครับ คุณสิช่วยตัวประกันกับผู้หญิงหนีไปหมดแล้วครับ”
       ทองทิวชะงัก
       “แกว่าไงนะ ไอ้เวรเอ้ย”
       ทองทิวกระชากคอเสื้อลูกน้องมาแล้วเหวี่ยงกระเด็น สการได้ยินก็ตกใจ
       “ชิโล!”
       ทองทิวหันไปสั่งลูกน้อง
       “ฆ่าไอ้ผู้กอง แล้วตามตัวลูกสาวฉันกลับมาให้ได้”
       สาโรจน์กับพวกลูกน้องชักปืนแล้วยิงใส่แต่สการเตรียมตัวมาแล้วเลย รีบกระโจนหลบแล้วยิงตอบโต้เสียงปืนดังสนั่น สการยิงสวนเปิดทางให้ตัวเองหนีออกไป สาโรจน์กับพวกไล่ยิงตามไป
      
       บริเวณรั้วลวดหนามมีประตูทางออก สิริสุดาพาพวกหญิงสาวหนีออกมาและเปิดประตูให้หนีออกไปก่อน
       “เร็วเข้า...รีบหนีไป วิ่งให้สุดชีวิตเลย ฉันจะช่วยถ่วงเวลาไว้ให้”
       หญิงสาวคนหนึ่งดีใจมากจนน้ำตาคลอเข้ามาสวมกอดสิริสุดา
       “ขอบใจเธอมากนะ...เธอเป็นคนดีจริงๆ”
       หญิงสาวกอดแล้วก็รีบหนีออกไป สิริสุดายืนอึ้งๆเพราะตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยมีใครมาชื่นชมว่าเธอเป็นคนดีเลย หญิงสาวคนสุดท้ายหนีออกไปได้ เหลือชิโลกับสิริสุดารั้งท้าย
       “รออะไรอยู่ล่ะชิโล เธอก็เหมือนกัน รีบหนีไปสิ”
       “คุณสิ...เพราะอะไรคะ ทำไมคุณถึงทำอย่างนี้”
       “ฉันรู้เรื่องที่เธอ...เอ่อ...เธอเป็นนางฟ้ามาจากสวรรค์แล้ว ถ้าสวรรค์มีอยู่จริง นรกก็ต้องมี จริงเหมือนกัน” สิริสุดาน้ำตาคลอเสียใจ “ฉันไม่อยากให้พ่อต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในขุมนรก ถ้าไม่มีใครหยุดเขาได้ก็เหลือแต่ฉันเท่านั้น”
       สิริสุดาร้องไห้เสียใจ ชิโลสงสารจึงดึงเธอมาโอบกอดปลอบใจ
       “คุณสิ...ฉันดีใจค่ะที่คุณเชื่อว่าบุญกรรมมีจริง”
       ระหว่างนั้นเสียงลูกน้องของทองทิวดังเข้ามา สิริสุดากับชิโลตกใจ แล้วสิริสุดาก็นึกขึ้นได้
       “ชิโล...ถ้าพ่อฉันเชื่อว่าเธอเป็นนางฟ้ามาจากสวรรค์จริงๆ บางทีพ่ออาจจะยอมเลิกทำ บาปก็ได้ ไปกับฉันนะชิโล มีฉันอยู่ด้วยพ่อไม่ทำอะไรเธอแน่”
       เสียงทองทิวดังเข้ามา
       “คิดว่าพ่อจะเชื่อเรื่องไร้สาระแบบนั้นเหรอ...ยัยสิ”
       สิริสุดาตกใจ
       “คุณป๋า !”
      
       สการถูกพวกสาโรจน์ปิดล้อมทางหนีหลบอยู่ที่กองยางรถยนต์ซึ่งใช้เป็น ที่กำบังกระสุนจากพวกมันที่ระดมยิงใส่ สาโรจน์ทำสัญญาณมือให้ลูกน้องคนหนึ่งยิงใส่เพื่อล่อให้สการยิงตอบโต้แล้วเขา ก็ลัดเลาะเข้าไปใกล้จนถึง ตัว ขณะที่สการกระสุนหมดและกำลังจะเปลี่ยนแม๊กกาซีน สาโรจน์จ่อปืนเข้าข้างหลัง
       “หยุดอวดเก่งคิดสู้กับพวกเราได้แล้วผู้กอง”
       สการเจ็บใจ สาโรจน์ตะคอก
       “ทิ้งปืนไปซะ”
       สการยังกำปืนเอาไว้แน่ สาโรจน์จี้เข้าที่หลังแรงๆ
       “บอกให้ทิ้งปืน!”
       สการยอมทิ้งปืน สาโรจน์กระชากขึ้นมาแล้วชกเข้าที่ท้องทันที...สการจุกทรุดเข่าตัวงอ สาโรจน์ขึ้นไปเตรียมจ่อยิง
       “วันนี้เป็นวันตายของผู้กองแล้ว”
       แต่สาโรจน์ยังไม่ทันจะลั่นไก ท้องฟ้าก็เริ่มแปรปรวน ฟ้าผ่าครืนๆลมพัดกรรโชกเข้ามา อย่างน่าแปลกประหลาด สาโรจน์กับพวกลูกน้องพากันแปลกใจ สาโรจน์ได้กลิ่นอะไรบางอย่างที่เหม็นมากๆ
       “กลิ่นอะไรวะ เหม็นชะมัด”
       สการอึ้ง
       “อสูร!”
       ไมทันขาดคำอสุเรศก็เดินเข้ามาพร้อมกับสองสมุนคู่ใจ พวกมันเข้ามาอย่างเท่ห์ด้วยชุดสูทสีดำ สาโรจน์มองงงๆ
       “มีพรรคพวกมาด้วยช่วยเหรอผู้กอง…หึ…ยังไงก็ไม่รอดหรอก…เฮ้ย จัดการพวกมัน”
       พวกลูกน้องรับคำสั่งกรูกันเข้าไปจะเล่นงานพวกอสุเรศ แต่ก็โดนพวกอสูรจับหักคอ จับหักแขน อย่างง่ายดาย สาโรจน์อึ้งตะลึงตกใจ
       “เฮ้ย…พวกแกเป็นใครวะ”
       “อยากรู้เหรอว่าข้าเป็นใคร”
       อสุเรศยิ้มร้ายก่อนจะหายตัววับ แล้วมาโผล่…ยืนอยู่ข้างๆสาโรจน์ทันที สาโรจน์หน้าเหวอแต่ก็รีบหันปากกระบอกปืนไปทางอสุเรศ แต่อสุเรศแค่จ้องตาอย่างเดียว มือของสาโรจน์ก็ถูกบังคับให้หันปากกระบอกปืนกลับมาจ่อที่หน้าอกตัวเองแทน
       “นี่…นี่แกทำอะไรฉัน…อย่า…อย่านะ…อย่า!”
       อสุเรศยิ้มร้ายน่ากลัว สการเบือนหน้าหลบเพราะรู้ว่าสาโรจน์จะต้องลงเอยยังไง เปรี้ยง !เสียงปืนดังลั่น สาโรจน์ล้มตึงตายคาที่ สองสมุนอสูรเข้ามายืนขนาบสการที่รู้ตัวดีว่าหมดทางหนีและสู้
       
       อสุเรศกระชากคอเสื้อสการให้ลุกขึ้น แล้วหัวเราะร้ายกาจและน่ากลัว ออกมา “ฮ่าๆๆๆๆ”
source manager.co.th 

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น