
“ขอบคุณ สำหรับเสียงปรบมือที่เป็นกำลังใจให้กับศิลปินกบกรรณิการ์ที่เพิ่งร้องจบไป ครับ และต่อจากนี้ไป ช่วงเวลาที่แฟนเพลงทุกคนรอคอยก็มาถึงแล้วครับ”
คนดูปรบมือกรี๊ดดีใจ
“แต่วันนี้ต้องกราบขอโทษด้วยนะครับ เพราะชามาดาไม่สามารถมาแสดงได้
เนื่องจากไม่สบาย...”
คนดูเริ่มโห่โดยเฉพาะแฟนคลับหนุ่มๆ ที่โห่หนักเป็นพิเศษ
“แต่ไม่ต้องห่วงครับ วันนี้นทีทองมาแล้วครับ และเขามา พร้อมกับนักร้องดาวรุ่งดวงใหม่ที่จะมาแนะนำให้แฟนๆ ได้รู้จักครับ”
แฟนเพลงโวย
“ไม่เอา! เราอยากดูชามาดา จะให้คนอื่นมาร้องแทนได้ไง”
“ใช่! หยั่งงี้มันโกหกกันนี่หว่า ไม่เอา! นักร้องใหม่เราไม่ดู เราจะดูชามาดา”
แฟนเพลงเริ่มประท้วงหนัก กบเริ่มใจไม่ดี พิธีกรประกาศต่อ
“โอกาสนี้ ผมขอฝากฝังกุ้งนางนักร้องสาวดาวรุ่งดวงใหม่ไว้ในอ้อมใจของแฟนๆ ทุกคนด้วยครับ”
แฟนเพลงยังโห่ประท้วง ชามาดาที่แอบดูเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลารู้สึกสะใจ
บนเวที อินโทรเพลงของนทีทองดังขึ้น แดนเซอร์วิ่งขึ้นเวที แสงสีเสียงตระการตา ข้างล่างด้านหน้าเวทีบรรดาแฟนคลับของชามาดาก็ยังโห่และมีท่าทีไม่พอใจ นทีทองกับกุ้งนางขึ้นมาบนเวที ทั้งสองเต้นคู่กันอย่างเข้าขาดูสนุกสนาน คนดูที่กำลังโห่ประท้วงพอเห็นกุ้งนางก็ชะงัก ตะลึงกับความสวยของเธอ
กุ้งนางสร้างเซอร์ไพรส์ให้คนดูด้วยการโชว์เสียงร้องเพลงได้ดีไม่แพ้ ชามาดา และดีกว่าด้วยซ้ำ จิรายุ ทัศนีย์ ครูแจ๋ และคนอื่นๆ ทึ่งในตัวกุ้งนาง โดยเฉพาะชามาดาที่ตะลึงกังวลใจ คนดูเริ่มสนุกสนาน พากันเต้นปรบมือกันสนุก บ้างก็ถ่ายรูปกันยกใหญ่ นทีทองมองกุ้งนางและยิ้มอย่างปลื้มใจ จนเพลงจบ แฟนเพลงก็แห่แย่งกันให้พวงมาลัยกุ้งนาง ชามาดาที่ยืนอยู่ข้างจิรายุ และทัศนีย์เจ็บใจมากที่ทุกอย่างไม่เป็นอย่างหวัง
“อีกุ้งนาง แกจะได้เกิดก็แค่ชั่ววูบเท่านั้นแหละ”
ชามาดาถอดแว่นและผ้าโพกผม จิรายุแปลกใจ ชามาดาจะเดินออกไป
“ดา คุณจะทำอะไรน่ะ”
“ก็จะไปหน้าเวที ให้มันรู้ไปว่าระหว่างชามาดาตัวจริงกับอีนักร้องบ้านนอกนั่น แฟนเพลงจะเลือกใคร”
ชามาดาเดินออกไป จิรายุดึงแขนไว้
“คุณจะทำหยั่งงั้นไม่ได้นะ...ชามาดา”
อีกมุมหนึ่งของเวที สุดนภายังตะลึงกับสิ่งที่เห็นไม่หาย ครูชาตรียืนอยู่ด้วย
“เอ๊ะ...นี่มัน...”
สุดนภานึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เธอเห็น จิรายุกำลังยื้อยุดกุ้งนางที่บริษัท
‘ไม่ปล่อย’
‘ฉันบอกให้ปล่อย’
กุ้งนางสะบัดหลุด ตบหน้าจิรายุด้วยความโมโห จิรายุหันมาแววตาทั้งรักทั้งโกรธ ดึงตัวกุ้งนางมาจูบปาก กุ้งนางอึ้ง จิรายุก็อึ้งรู้สึกผิดที่จูบกุ้งนาง สุดนภายืนดูอยู่ หญิงสาวอึ้งตกใจ...จิรายุรู้สึกผิด
‘กุ้งนาง...ฉัน’
สุดนภายังตะลึงไม่หาย
‘พี่จิคะ’
กุ้งนางเอกก็ตกใจผลักจิรายุออก ทั้งเจ็บใจทั้งอาย...สุดนภาเริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้น
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้เอง พี่จิจะเขี่ยนังชามาดาไป ดันนังเด็กบ้านนอกนี่มาแทน”
ครูชาตรีขัดขึ้น
“ผมว่าคุณฟ้า อย่าไปคิดแทนสยามซองเลยครับ คิดถึงแต่บริษัทเราดีกว่า”
“แต่คนอย่างฟ้าไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ ยอมเสียของรักไปให้ใครง่ายๆ หรอกค่ะ” สุดนภากำหมัด “คนอย่างฟ้า สุดนภา ถ้าอยากได้อะไร มันต้องได้!ค่ะครู”
สุดนภาหน้าตาถมึงทึง ทีมงานคนหนึ่งเดินเข้ามา หญิงสาวรีบเปลี่ยนเป็นโหมดยิ้มหวาน
“เชิญคุณฟ้าเตรียมตัวทางนี้เลยนะครับ”
ชามาดาเดินหัวเสียจะไปด้านหลังเวที แต่พบกับสุดนภาและครูชาตรีที่รอแสตนบายเตรียมร้องเพลงอยู่ข้างเวที สองสาวต่อตากัน จ้องกันไม่ยอมแพ้
“ใกล้ตกกระป๋องแล้วสินะคะ คุณชามาดา”
“แกไม่ต้องมาเยาะเย้ยฉัน นังฟ้า!”
“โอ้โห ยังจะปากดีอีก เรียกว่าที่เจ้านายว่า คุณฟ้าดีกว่าไหมคะ”
ชามาดาชะงัก ฟ้ายิ้มสะใจ ชามาดาเดินเจ็บใจออกไปที่มุมหนึ่งแค้นๆ
“แกกับพ่อแกยังไม่ได้เป็นเจ้านายฉัน อย่ามาสาระแน แส่ เสือกเรื่องของฉันให้มากนัก จำไว้นะอีฟ้า”
สุดนภายิ้มไม่สะทกสะท้าน ชามาดาจ้องเขม็งแล้วออกไป สุดนภาหันมาหาครูชาตรี
“สันดานต่ำยังงี้นี่เองนะคะครู ไม่รู้ว่าดังมาได้ยังไง”
“คุณฟ้าอย่าลดตัวลงไปทำอย่างเขาสิครับ”
สุดนภาจ้องเขม็งเอาเรื่อง
“ครู...”
ครูชาตรีถอนใจ
“ผมก็แค่เตือน ไม่อยากให้คุณระวังตัวหน่อย เพราะคุณเป็นศิลปินใหม่”
“ขอบใจที่เตือน ฟ้ารู้ดีว่า จะต้องทำตัวยังไง ไม่ต้องมาสอน”
ครูชาตรีนิ่งไป สุดนภาฟ้าทำหน้าเชิดยะโสถือดี
พิธีกรออกมาดำเนินรายการที่หน้าเวที
“จบการแสดงไปแล้วนะครับ สำหรับนทีทองกับน้องกุ้งนางจากสยามซอง เรียกได้ว่าสนุกสนานประทับใจจริงๆ จนเราเกือบลืมชามาดาไปเลยนะครับ”
เสียงหัวเราะ ตบมือ เป่าปากดังขึ้น
“อันนี้แซวเล่นนะครับ...อะแฮ่ม!และต่อไปนี้จะเป็นคิวของนักร้องใหม่ จากค่ายเบสท์ มิวสิคที่กำลังมาแรง และถือว่าวันนี้เป็นวันเปิดการแสดงครั้งแรกกับคอนเสิร์ตลูกทุ่งบานฉ่ำของเรา เธอคือ ฟ้า สุดนภา จากเบสท์มิวสิคคร้าบ”
ดนตรีเพลงขึ้น สุดนภาออกมาร้องกับแดนเซอร์ แต่เธอไม่ได้เต้นไปกับแดนเซอร์ ต่างคนต่างเต้น คนดูด้านหน้าเวทีรู้สึกไม่สนุกจึงเริ่มเฉยๆ บางคนบ่นออกมา
“โห...ให้ดูอะไรกันเนี่ย! น้องฟ้าก็สวยอยู่หรอก แต่เต้นไม่ได้เรื่องเลย”
สุดนภาเริ่มใจไม่ดีที่เห็นท่าทีของคนดู จนเพลงจบ คนดูคนหนึ่งตะโกนขึ้น
“นี่!เอานทีทองกับกุ้งนางออกมาอีกรอบดีกว่า กุ้งนางๆๆๆ”
คนดูอื่นๆตะโกนตาม
“กุ้งนางๆๆๆๆๆ”
สุดนภาเริ่มหน้าเสีย แต่ก็จำใจร้องเพลงต่อไป มุมหนึ่งบริเวณงานแสดง เสี่ยอ๋ายืนดูอยู่กับครูชาตรีอย่างหัวเสีย
“ไอ้คนดูนี่ มันอะไรกันนักหนาวะ”
เสี่ยอ๋าทนดูไม่ได้ เดินหัวเสียออกไป ครูชาตรีส่ายหน้าระอาใจ
จิรายุเดินมานั่งที่ห้องรับแขกด้านหน้าสถานี ชายหนุ่มยิ้มปลื้มที่กุ้งนางประสบความสำเร็จ เสี่ยอ๋าเดินออกมาเห็นจิรายุก็เดินเข้ามาหา จิรายุลุกขึ้นยืน
“สวัดีครับ เสี่ย”
“สวัสดีหลานชาย ยินดีด้วยนะที่ดันนักร้องใหม่ขึ้นมาแทนชามาดาได้ แต่อย่าเพิ่งเขี่ยชามาดาทิ้งล่ะ มันไม่คุ้มหรอก”
จิรายุมองตาเขม็ง เสียอ๋าก็ไม่ได้มีท่าทีกลัวใดๆ
“ผมไม่คิดจะทำธุรกิจด้วยวิธีที่สกปรก เสี่ยก็อย่าทำยังงั้นดีกว่าครับ”
เสี่ยอ๋าโกรธแต่ยังเก็บอาการ
“คุณจิรายุ พ่อคุณไม่เคยสอนรึไง ว่าเวลาอยู่ในวงการ ควรจะรู้จักเคารพนอบน้อมกับผู้ใหญ่”
“สอนครับ สอนว่าให้เคารพนับถือผู้ใหญ่ที่เป็นคนดีมีคุณธรรม”
“แก! ไอ้จิรายุ! แกชักจะเหิมเกิมมากไปแล้วนะ”
เสี่ยอ๋าโกรธจัด จิรายุยิ้มพูดสวนกลับทันที
“เสี่ยขโมยเพลงของผมไปได้หนึ่งเพลง แต่ผมจะแต่งใหม่ให้ดีกว่า และเยอะกว่าที่เสี่ยขโมยไปซะอีก”
“ไอ้เด็กเมื่อวานซืน ถ้าแกกล่าวหาฉันอีกคำเดียว ฉันเรียกตำรวจมาลากคอแกแน่!”
ระหว่างนั้นสุดนภาเดินเข้ามาพอดี เสี่ยอ๋าข่มใจให้เย็นลง
“ป๋าคะ มีอะไรกันเหรอคะ”
“ไม่มีอะไรหรอก เรากลับกันเถอะฟ้า”
“แต่ว่าฟ้ายังไม่ได้คุยกับพี่จิเลย”
เสี่ยอ๋าตวาด
“ป๋าบอกให้กลับไง”
“ค่ะ ฟ้ากลับก่อนนะคะพี่จิ แล้วเจอกันนะคะ”
จิรายุไม่ตอบหน้าตาเฉยเมย เสี่ยอ๋ารีบพาลูกสาวกลับ ก่อนไปเสี่ยอ๋ามองตาอาฆาตจิรายุไว้
เช้าวันต่อมา...สุดนภายืนคอยอยู่หน้าบริษัท จิรายุเดินผ่านมา หญิงสาวรีบปรี่เข้าหา
“พี่จิคะ สวัสดีค่ะ”
“ฟ้า...คุณมาทำอะไรที่นี่”
“ฟ้าจะมาขอโทษพี่จิ เรื่องที่เมื่อวานคุณพ่อของฟ้าเข้าไปแทรกแซงการแสดงของสยามซอง”
“ผมไม่ได้คิดอะไร เราคงไม่มีธุระอะไรต้องคุยกัน”
สุดนภาทำหน้าหงอย
“งั้นก็ไม่เป็นไรค่ะ ฟ้าเข้าใจพี่จิ เป็นใครก็ต้องโกรธเป็นธรรมดา ยังไง...” สุดนภายกมือไหว้ “ฟ้าก็ต้องขอโทษแทนป๋าของฟ้าด้วยค่ะ”
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนนะ”
จิรายุรีบเดินหนี กุ้งนางเข้ามาพอดี จิรายุเรียกไว้
“กุ้งนาง...”
สุดนภารีบมาเกาะแขนจิรายุ กุ้งนางหน้าบึ้ง
“พี่จิคะ...” สุดนภายิ้มๆ “นี่กุ้งนางที่ขึ้นเวทีเมื่อวานใช่มั้ยคะ...”
“ครับ”
สุดนภาเดินยิ้มผ่านหน้าจิรายุเข้ามาจับมือกุ้งนาง
“ฉันเห็นเธอเล่นคอนเสิร์ตเมื่อวาน เห็นแล้วฉันชอบมากเลย ยินดีด้วยนะ”
กุ้งนางยิ้มตอบ
“ขอบคุณค่ะ...”
“แต่ฉันยินดีและยอมรับเฉพาะเรื่องเพลงนะ ส่วนเรื่องพี่จิ” สุดนภาบีบมือกุ้งนางแน่น “ฉันไม่ยอมนะ”
“คุณไม่ต้องห่วงเรื่องฉันกับคุณจิรายุหรอกค่ะ”
กุ้งนางบีบมือกลับแรงกว่าจนสุดนภาตกใจสะบัดออก และยิ้มหวานให้กับทุกคนก่อนเดินออกไป จิรายุเรียกไว้
“เดี๋ยวก่อนฟ้า...”
สุดนภาหันมายิ้ม
“คะ”
“ฝากบอกไปถึงพ่อของคุณด้วย ว่าเพลงใหม่ๆที่ผมแต่งกำลังจะทยอยออกมา คราวนี้คมกริชคงขโมยไปให้คุณร้องไม่ได้แน่”
สุดนภาทั้งอึ้งทั้งอาย ทั้งโกรธพ่อรีบกลับไปเลย
จิรายุนั่งดูจอโน๊ตบุ๊คที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานแล้วหัวเราะลั่นชอบใจ อ่านไปก็หัวเราะไป ทัศนีย์ยืนยิ้มอยู่ข้างหน้าโต๊ะ บนโต๊ะยังมีหนังสือพิมพ์บันเทิงต่างๆ ที่ทัศนีย์นำมาให้จิรายุอ่านวางอยู่หลายฉบับ จิรายุอ่านข่าวจากจอโน๊ตบุ๊ค
“กุ้งนางนักร้องสาวดาวรุ่งลูกทุ่งดวงใหม่แจ้งเกิด”
“ไม่เพียงแค่ในเว็บไซด์ของเรานะคะ หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์บันเทิงก็ลงพาดหัวข่าวเรื่องกุ้งนางกันทุกฉบับ แถมกระทู้ของเว็บต่างๆ ก็ถามหากันแต่กุ้งนางด้วย”
จิรายุยิ่งหัวเราะชอบใจ
“สะใจผมจริงๆ เลย วันนี้ผมมีความสุขมาก นี่...พี่ตู่รู้มั้ย ว่าเมื่อวานน่ะ ไม่ใช่แค่เราได้นักร้องดาวรุ่งดวงใหม่นะ แต่ทั้งวงการ ยังได้เห็นอีกด้วย ว่าค่ายของเราคือค่ายเพลงลูกทุ่งอันดับหนึ่งของประเทศ”
“ก็จริงค่ะ หลังจากนี้ คุณจิก็ต้องปั้นกุ้งนางให้เป็นราชินีลูกทุ่งคนใหม่ของวงการให้ได้นะคะ”
“พี่ตู่ต้องช่วยผมนะครับ”
“ค่ะ กุ้งนางจะต้องเป็นราชินีลูกทุ่งอันดับหนึ่งขนานแท้เลยทีเดียวค่ะ”
“ผมว่า ผมจะรีบออกอัลบั้มโปรเจ็คท์เปิดโฉมโลกลูกทุ่งที่หยุดไป”
“ก็ดีค่ะ แต่ถ้าคุณคมกริชกับชามาดาฟ้องเราขึ้นมาจริงๆ เราก็อาจจะมีปัญหานะคะ”
จิรายุไม่ได้พูดอะไร ได้แค่ยิ้มเจ้าเล่ห์แทนคำตอบ ทัศนีย์เห็นแล้วก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
จิรายุนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะในห้องประชุม มีสมุดแฟ้มเล่มใหญ่วางอยู่ตรงหน้า กุ้งนาง ก้าน กบ ด้วง ชะเอม นั่งอยู่รอบโต๊ะประชุม โดยมีครูชาตรีนั่งอยู่ติดกับจิรายุ
“ที่ผมเรียกทุกคนมาประชุมวันนี้เพราะว่าเราจะสานต่อโปรเจ็คท์เดิม ที่เราเคยวางแผนกันไว้”
ชะเอมตื่นเต้น
“อ๊าย...นี่ฉันกำลังจะได้เป็นนักร้องดังคู่กับพี่ด้วงแล้วใช่มั้ยเนี่ย”
“เอ่อ...ชะเอม ถามพี่ก่อนไหมว่าพี่อยากดังคู่เอ็งหรือเปล่า”
ด้วงยืดตัวเกร็งหน้าพยามทำตัวให้ดูดี ชะเอมแอบค้อน ก้าน ปราม
“เก็บเรื่องดีใจไว้ก่อนเถอะ เอาเรื่องประชุมให้ผ่านก่อน”
ด้วงกับชะเอมเงียบ จิรายุเริ่มต่อ
“ทุกคนคงรู้จักครูชาตรีดีอยู่แล้ว ในอัลบั้มนี้เราจะมีครูมาช่วยเป็นที่ปรึกษา”
จิรายุพูดประชุมไปเรื่อยๆ ทุกคนตั้งใจฟัง ครูชาตรีอธิบายเสริมต่อ...จิรายุยิ้มให้กุ้งนาง ก้านแอบมองทั้งสอง กบมองดูก้านและเห็นใจก้าน ส่วนด้วงก็ง่วนอยู่กับการแกะมือของชะเอมออกจากแขนแต่ก็ตั้งใจฟัง จิรายุหยิบเอกสารจากแฟ้มแจก
“ส่วนนี่ เป็นเพลงที่ผมได้แต่งไว้”
กบดูๆ
“นี่เป็นเพลงที่คุณจิแต่งเองทั้งหมดเลยเหรอ โห...เก่งจังเลยนะคะ”
กุ้งนางมองแฟ้มแล้วตาโตตกใจมองหน้าเขา จิรายุก็ยักคิ้วทะเล้นๆ ให้เธอทันที กุ้งนางค้อนขวับ ครูชาตรีชื่นชม
“เพลงดีๆ ทั้งนั้น ขัดเกลาอีกนิดรับรอง หลายเพลงจะดังแน่”
“บางเพลงผมทำดนตรีไว้แล้วด้วย ตอนนี้ให้ทุกคนไปพักผ่อนก่อน บ่ายนี้ไปเจอกันที่ห้องซ้อมเลยนะครับ เราจะเริ่มงานกันวันนี้เลย”
ทุกคนปรบมือดีใจแล้วลุกไป เหลือแค่ครูชาตรีกับจิรายุ
“คุณจิ ถ้าคุณจรัลรู้ว่า คุณเรียกผมมาเป็นที่ปรึกษา คุณจรัลต้องโกรธมากนะครับ”
“เรื่องนั้นครูไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมซะอีกที่กลัวว่า ถ้าทางเบสท์มิวสิครู้เรื่องนี้เข้า เสี่ยอ๋าจะเอาเรื่องครูสิครับ”
“เรื่องนั้นผมเตรียมการจัดการไว้เรียบร้อยแล้วครับ”
กบกับชะเอมเดินเข้ามาในร้านสะดวกซื้อ
“เออ...กบ กาแฟเพรียวที่กบทานคราวที่แล้วอ่ะ ที่นี่มีขายไหม”
“มีสิพี่ชะเอม หาซื้อง่ายมีขายทั่วไป”
พูดจบกบก็จูงมือชะเอมตรงไปที่ชั้นวางกาแฟเพรียว หญิงสาวหยิบส่งให้ชะเอม
“นี่ไง หาซื้อได้สะดวกมากเลยนะ”
“ดีจังเลย งั้นเดี๋ยวต้องเอาไปให้กุ้งมันด้วย จะเป็นนักร้องดังแล้วต้องดูแลตัวเองให้สวยเสมอ”
กบหยิบไปหนึ่งกล่อง ชะเอมหยิบสองกล่อง
“งั้นเรารีบไปกันเถอะ ป่านนี้ เขาอยู่ที่ห้องซ้อมร้องเพลงกันหมดแล้วมั้ง”
ในห้องซ้อมร้องเพลง...ก้านร้องคนแรก กบแอบให้กำลังใจ...กบร้องคนที่สอง ต่อด้วยด้วงที่ร้องเพลงสนุกๆ
ที่ห้องซ้อมเต้น ครูแจ๋ออกแบบท่าเต้นกับชะเอมและแดนเซอร์คนอื่นๆแต่ชะเอมโชว์ความคิดการเต้น ทุกคนยกนิ้วปรบมือให้
หลายวันต่อมา...ในห้องซ้อมร้อง กุ้งนาง ร้องได้ดีมากหญิงสาวร้องหลายเพลง ก้าน กบ ด้วง จิรายุ ครูชาตรี ทัศนีย์ตบมือให้
เวลาผ่านไปทุกคนเดินออกมาหน้าห้องซ้อมร้องเพลง ก้าน ด้วง กบเดินนำไป กุ้งนางหยุดรอที่หน้าห้อง สักพักจิรายุกับครูชาตรีก็เดินคุยกันออกมา กุ้งนางรีบเดินไปไปหาทันที
“ครูชาตรีคะ...กุ้งมีเรื่องอยากจะคุยด้วยค่ะ”
กุ้งนางแกล้งมองจิรายุ แต่จิรายุยืนเฉย กุ้งนางพูดดังขึ้น
“กุ้งมีเรื่องอยากจะคุยกับครูสองคนค่ะ”
จิรายุยิ้มกวน
“ก็คุยไปสิ”
กุ้งนางค้อน
“คือหนูมีเนื้อเพลงอยู่เพลงหนึ่ง จะให้ครูช่วยทำทำนองได้ไหมคะ”
“ได้สิ...แต่ต้องขอดูเนื้อเพลงก่อนนะว่าใช้ได้รึเปล่า”
กุ้งนางยิ้มมีหวัง จิรายุแปลกใจ
“กุ้งแต่งเพลงเป็นด้วยเหรอ”
“เปล่า...เป็นเพลงที่พ่อแต่งให้แม่”
ครูชาตรียิ้ม
“พ่อเธอคงจะรักแม่เธอมากสินะกุ้งนาง เฮ้อ...ฉันอยากเป็นคนโรแมนติกแบบนี้บ้างจัง”
กุ้งนางเศร้าไม่ได้ตอบอะไร ครูชาตรีเองพูดจบก็ถอนใจ จิรายุมองทั้งสองด้วยสายตาขุ่นไม่พอใจ
“เธอไม่ต้องไปรบกวนครูหรอก เอามาให้ฉัน ฉันทำให้ก็ได้”
“กุ้งเชื่อมือครูคนเดียว”
“นี่เธอดูถูกฉันเหรอ”
จิรายุจ๋อยไป ครูชาตรีสงสาร
“ลองให้คุณจิช่วยทำดูก็ได้นะ คุณจิก็ฝีมือไม่เลว”
“ไม่ค่ะครู หนูไว้ใจครูคนเดียว”
ครูชาตรีหัวเราะ ขณะเดียวกันนั้นเสียงโทรศัพท์ครูชาตรีดังขึ้น เขากดรับสาย
“ฮัลโหล...ครับเสี่ย...ครับ...” ครูชาตรีวางสาย หันมาหาจิรายุ “ผมต้องขอตัวก่อนนะครับคุณจิ ต้องเข้าเข้าไปพบเสี่ยน่ะครับ”
ครูชาตรีเดินออกไป
source manager.co.th
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น