วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555

อ่านพริกกับเกลือ ตอนที่ 6 (ต่อ)

ศยามบอกจิตรวรรณที่กำลังเคาะประตูห้องเทวัญ
       “ทำไมไม่ลองโทรหาดู”
       “จริงด้วยสิ!”
       จิตรวรรณรีบโทรศัพท์หาเทวัญ
       “พี่เทวัญปิดเครื่อง แสดงว่า...ได้ยินเสียงฉัน กลัวความผิด เลยปิดเครื่องหนี”
       จิตรวรรณหันไปจะเคาะประตูเรียกอีก ศยามจับมือไว้
       “พอเถอะ...”
       จิตรวรรณรีบปล่อย เขินๆ
       “มาจับมือฉันทำไม”
       “ไม่ได้อยากจับหรอก...แค่จะบอกให้พอเถอะ...ไม่เคยแอบมาจับผิดแฟนเลยใช่มั้ย”
       “ทำไม...จะว่าอะไรฉันอีก”
       “เล่นบุกมาแบบนี้ แถมเสียงดังยังกะพูดออกไมโครโฟน กระต่ายตื่นตูมหมดสิ”
       “ก็...”
       จิตรวรรณจะเถียงแต่เถียงไม่ออก ศยามตัดบท
       “กลับก่อนเหอะ ถ้าคุณสงสัยว่าคุณเงาะจะอยู่ที่นี่ เดี๋ยวค่อยหาทางกันอีกที”
       “ก็ได้...”
       จิตรวรรณและศยามจะกลับ ทันวิทย์ น้องชายของเทวัญที่เพิ่งกลับมาจากการออกค่าย เดินเข้ามาพอดี
       “น้องทันวิทย์!”
      
       ทันวิทย์เปิดประตูห้องคอนโดเข้ามา จิตรวรรณรีบพุ่งเข้ามาทันที ศยามตามมาแบบ เหนื่อยกับจิตรวรรณ
       “ตกลง...พี่จี๊ดจะบอกผมได้หรือยังว่า...” ทันวิทย์เหลือบมองศยามไม่ไว้ใจ “มีเรื่องอะไรกับพี่เทวัญกันแน่ แล้วพี่คนนี้...เป็นใคร มากับพี่จี๊ดได้ยังไง”
       “คนๆนี้เป็นใครก็ช่างเหอะ...สำคัญที่ พี่ต้องการรู้ว่าพี่เทวัญเอาใครมาอยู่ที่นี่หรือเปล่า”
       “พี่จี๊ดมาจับผิดพี่เทวัญงั้นเหรอ”
       “งั้นสิ! นายดิ่ง ค้น! ในห้องนอนเลย”
       ในห้องนอนเทวัญ เงาะลุกลี้ลุกลน กลัวถูกเปิดเข้าเจอ พยายามคิดว่าจะซ่อนตัวที่ไหนดี...ทันวิทย์เดินเข้าไปเปิดประตูห้องนอนของ เทวัญเอง
       “ผมดูให้เองก็ได้...แต่ผมมั่นใจว่า..ยังไงพี่เทวัญก็ไม่มีทางทำอย่างที่พี่จี๊ดกล่าวหาเด็ดขาด....มันงี่เง่ามากเลยรู้ป่ะ”
       จิตรวรรณฉุนกึก
       “ใครงี่เง่า”
       “พี่จี๊ดไง ไปฟังใครเป่าหูมา อ่ะ ดูเลย ดูให้เต็มตา”
       ทันวิทย์มองเข้าไปในห้องเทวัญ แล้วก็ตกใจเพราะเห็นเงาะกำลังจะเข้าไปซ่อนตัวในตู้เสื้อผ้า...ทั้งเงาะและ ทันวิทย์ต่างชะงัก เงาะส่งสายตาขอร้องทันวิทย์
       “มีอะไร...ทันวิทย์”
       จิตรวรรณเบียดทันวิทย์เข้าไปในห้องของเทวัญทันที...แต่ไม่เห็นเงาะ เสียแล้ว เมื่อจิตรวรรณไม่เห็นใคร รู้สึกผิดหวัง ศยามเข้าไปมองด้วย ทันวิทย์หันมาถาม
       “ไง...ไม่เห็นมีใคร หรือพี่จี๊ดอยากจะค้นดูให้ทุกซอกทุกมุม...ตู้เสื้อผ้ามั้ย เดี๋ยวผมเปิดให้”
       ศยามพูดขึ้น
       “ก็ดีนะ...”
       ทันวิทย์หน้าเสีย เงาะที่อยู่ในตู้เสื้อผ้า ตกใจ กลัว แต่แล้วจิตรวรรณก็ตัดสินใจ
       “ไม่ต้อง...ไม่มีก็ไม่มี”
       ศยามแปลกใจ
       “ทำไมล่ะ...”
       “ฉันมันปัญญาอ่อนเอง....ถ้าพี่เทวัญคิดจะทำอะไรเลวๆแบบนั้น จริงๆ...เขาคงไม่โง่พาเงาะมาอยู่ที่นี่หรอก ฉันไม่น่าเชื่อนายเลย มันทำให้ฉันดูโง่มาก”
       จิตรวรรณเดินออกไปด้วยความผิดหวัง และรู้สึกโกรธตัวเอง ศยามอึ้ง
       “ผมไม่ได้บอกสักคำว่าแฟนคุณจะพาคุณเงาะมาที่นี่ คุณคิดของคุณเอง”
       จิตรวรรณเดินกลับมา หาของปาใส่ศยาม
       “เออ ฉันผิด พอใจยัง จะกลับไม่กลับ หรือจะเดินกลับเอง”
       ศยามจำใจเดินตามจิตรวรรณไป
       “ทันวิทย์...ไม่ต้องบอกพี่เทวัญเรื่องนี้นะ...พี่ไม่อยากให้พี่เทวัญโกรธพี่มากไปกว่านี้ นายดิ่ง....กลับ”
       จิตรวรรณเดินออกไปทันที ศยามยังมองเข้าไปในห้องของเทวัญ...อย่างไม่ไว้ใจ แต่ก็ต้องจำใจเดินตามจิตรวรรณออกไป ทันวิทย์โล่งใจ เดินไปปิดประตูห้อง ล็อกทันที รู้สึกกังวลใจ รีบเดินเข้าไปในห้องนอนเทวัญทันที
      
       ทันวิทย์เปิดตู้เสื้อผ้าออกอย่างแรง เงาะนั่งขดตัวร้องไห้อยู่
       “พี่จี๊ดตามหาคุณใช่มั้ย!”
       เงาะพยักหน้าร้องไห้ยอมรับ ทันวิทย์เครียดและไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
      
       จิตรวรรณจอดรถปั๊บ ลงจากรถปุ๊บ เดินลิ่วเข้าบ้านไม่สนใจศยาม โกรธ และไม่พอใจ ศยามตามมารั้งเอาไว้ จิตรวรรณรีบสะบัดมือ
       “ปล่อย!”
       “โกรธอะไรผมอีก ขับรถมาก็ไม่พูดกับผมเลยตลอดทาง”
       “ไม่มีเรื่องจะคุยด้วย”
       “โกรธ หงุดหงิด ผิดหวังที่เหตุการณ์ไม่เป็นไปตามที่คุณคิด เลยมาลงกับผม ใช่มั้ย”
       “ไม่ใช่...เหตุผลเดียวเลยนะที่ฉันไม่พูดกับนาย เพราะ...นายทำให้ฉันดูเป็นคนงี่เง่า ฉันโกรธ”
       “เฮ้ย!”
       “ต่อไปนี้ไม่ต้องมาเสนอความคิดเห็นอะไรเลยนะ ฉันจะคิดเอง”
       “เออ งี่เง่าจริงๆ”
       “นายดิ่ง!”
       “ผีเข้าผีออก เชิญเหอะ ผมก็ไม่ได้อยากยุ่งกับคุณนักหรอก ปวดหัว”
       ศยามเดินเข้าบ้านไป จิตรวรรณเจ็บใจ ทำอะไรไม่ได้ หาอะไรใกล้มือเขวี้ยงใส่หัวศยามทันที
       “โอ๊ย!”
       ศยามหันมาจะเอาเรื่อง จิตรวรรณรีบวิ่งเข้าบ้านเอาตัวรอด ศยามเจ็บใจ
       “ยัยคุณหนูนิสัยเสียเอ๊ย เมื่อไหร่จะโต”
      
       จิตรวรรณเปิดประตูเข้ามาหงุดหงิด เห็นรูปถ่ายของตัวเองกับเทวัญก็เดินเข้ามาหยิบมาดู
       “พี่เทวัญ...จี๊ดภาวนานะ ขอให้จี๊ดเข้าใจผิด”
       จิตรวรรณลงนั่ง รู้สึกเหนื่อยใจและหวั่นใจว่าความสัมพันธ์กับเทวัญจะมีปัญหาขึ้นมาจริงๆ
      
       เทวัญกลับมาที่ห้อง คุยกับทันวิทย์อย่างอารมณ์เสีย
       “เออ แกเข้าใจไม่ผิดหรอก ฉันกับเงาะมีอะไรกัน”
       “ทำไมพี่เป็นคนแบบเนี้ย”
       “แล้วไง...ทำยังกะแกไม่เคยเห็นฉันมีกิ๊ก ยังไม่ชินหรือไง”
       “ผมพยายามจะชินกับมัน ไม่กล้าปริปาก...แต่คราวนี้มันเกินไป...นั่นมันเพื่อนสนิทพี่จี๊ดนะ ใกล้ตัวขนาดนี้ แถมเอามาอยู่ที่ห้อง จนพี่จี๊ดเกือบจับได้”
       เทวัญหงุดหงิดมาก นิ่งเงียบ ครุ่นคิดหาทาง เงาะเดินออกมาจากห้องนอน เดินมาหาเทวัญ
       “พี่เทวัญ...เงาะขอร้อง เงาะจะไม่ทำให้พี่ต้องเดือดร้อนเด็ดขาด ปล่อยเงาะไป เถอะนะ”
       ทันวิทย์มองเงาะอย่างสมเพชและสงสาร
       “แกขู่ฉันไว้เยอะ คิดว่าฉันจะเชื่อแกเหรอ ปล่อยแกไปให้ไปปากสว่างหรือไง”
       เทวัญจะตบ เงาะหลบด้วยความหวาดกลัว...ทันวิทย์เข้าไปห้ามเอาไว้ เพราะทนไม่ได้
       “อย่าพี่! ถ้าพี่ไม่ปล่อยให้เค้าไป...ผมจะไปบอกพี่จี๊ด”
       “ทันวิทย์! ไอ้น้องเลวแกขู่ฉัน”
       “ไม่ได้ขู่ แต่ผมจะไม่ทนเห็นพี่ทำร้ายผู้หญิงที่เป็นเพศแม่ของพี่แบบนี้ มันเกินไป”
       เทวัญจ้องมองทันวิทย์ด้วยความไม่พอใจ
       “แกน่าจะตายไปพร้อมกับแม่และพ่อตั้งแต่อุบัติเหตุรถคว่ำวันนั้น ไม่น่ารอดมาเป็นหอกข้างแคร่ฉันเลย”
       เทวัญเข้าห้องปิดประตูกระแทกอย่างแรง...ทันวิทย์โล่งอก เงาะลนลานถามทันวิทย์
       “พี่ไปได้หรือยัง!”
       “คุณรีบไปเถอะ...แล้วอย่าลืมทำตามที่พูดนะ อย่าให้พี่จี๊ดรู้เรื่องนี้”
       “พี่สัญญา พี่จะไม่บอกจี๊ด จี๊ดจะไม่มีทางรู้ว่าจริงๆแล้วคู่หมั้นของเค้าเลวทรามขนาดไหน”
       เงาะพูดไปอย่างนั้นแต่ในใจไม่เอาไว้แน่ เงาะรีบวิ่งออกไปจากห้องทันที ทันวิทย์ทรุดลงนั่งอย่างเหนื่อยใจ
      
       เช้าของวันใหม่...ศยามกำลังแต่งตัวจะไปทำงาน เสียงมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้น ศยามเดินไปเห็นเบอร์ก็รีบกดรับ
       “ศุ...ว่าไงศุ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า โทรหาพี่แต่เช้าเลย”
       ศุวิมลยืนน้ำตาซึมคุยโทรศัพท์กับศยามที่มุมหนึ่ง
       “พี่ดิ่ง...ยัยมารศรีสร้างเรื่องอีกแล้ว ตอนนี้คุณพ่อดูแย่มากเลย”
       “มีเรื่องอะไร”
       “มารศรีเพิ่งกลับถึงบ้านเกือบสว่างแล้ว เมามาอีกต่างหาก”
       ศุวิมล เล่าเหตุการณ์เมื่อเช้าก่อนหน้านี้ให้ศยามฟัง
      
       มารศรีเดินเข้าบ้านมา มึนๆ นาฬิกาข้างฝาบอกเวลาใกล้ตี 5 กว่าๆ เศกนั่งรออยู่แล้ว กำลังมองมาที่มารศรีด้วยสายตาผิดหวัง มารศรีเดินผ่านไป โดยไม่ได้สังเกตว่าเศกนั่งอยู่
       “คุณศรี!”
       มารศรีชะงัก อึ้งตกใจ เศกพยายามข่มอารมณ์ตัวเองเต็มที่
       “คุณไปไหนมา...ทำไมเพิ่งกลับ”
       มารศรียังเงียบพลางคิดหาวิธีตอบคำถามของเศก
       “คุณกลับบ้านเกือบเช้าทุกวัน...คุณไปไหนมากันแน่”
       มารศรีเซ็ง ลงนั่ง ไม่ตอบ เศกเสียงดัง
       “ผมถาม!”
       “ฉันไม่จำเป็นต้องตอบ”
       “ทำไม ผมเป็นผัวคุณนะ”
       “แต่เป็นผัวที่ไม่เคยรักไม่เคยใส่ใจ”
       “ไม่เหรอ...ผมทำอะไรให้คุณไม่พอใจ หรือยังทำอะไรที่ดีไม่พออีก บอกสิ บอก แต่ไม่ใช่ทำประชดผมแบบนี้”
       ศุวิมลเข้ามาดูด้วยความตกใจเพราะเสียงทะเลาะกัน
       “คุณพ่อ คุณศรี...มีเรื่องอะไรกันคะ”
       เศกพยายามใจเย็น มารศรีเปลี่ยนท่าที เล่นละคร
       “คุณไม่รู้จริงๆเหรอ...ว่าทำไม ศรีว่าจะไม่พูด เพราะคิดว่าคุณอาจจะมองไม่เห็นว่ามันสำคัญ...แต่มันสำคัญสำหรับคนเป็นเมีย”
       “อะไร”
       “ศรีเหงา ศรียังมีความต้องการ คุณได้ยินมั้ย”
       เศกอึ้ง...ศุวิมลรู้สึกอึดอัดใจทีได้ยิน...เศกคิดว่ามารศรีมีชู้
       “คุณเลย...”
       มารศรีขัดขึ้น
       “ศรีไม่เคยนอกใจคุณ แต่ศรีแค่ขอไปเที่ยว สนุกกับเพื่อนเพื่อชดเชยความเหงา ไม่ได้เหรอคะ”
       “จะให้ผมเชื่อเหรอ”
       “ก็พิสูจน์สิ!”
       มารศรีเดินเข้าไปใกล้เศก เปิดเสื้อผ้า ช่วงไหล่ ท้าทายให้เศกพิสูจน์
       “มีกลิ่นผู้ชายคนอื่นอยู่บนตัวศรีหรือเปล่า พิสูจน์สิ”
       เศกอึ้ง
       “เอาสิ ทำไมล่ะ กล้าคิดว่าศรีไปทำระยำตำบอน ก็ต้องกล้าพิสูจน์สิ”
       เศกเริ่มเครียด เริ่มปวดหัวใจ ศุวิมลทนไม่ไหว
       “พอเถอะคุณศรี พอ!”
       ศุวิมลเข้ามาประคองเศกให้ลงนั่ง
       “คุณพ่อนั่งก่อนค่ะ นั่งก่อน”
       “คุณดูถูกศรี ศรีเสียใจและผิดหวังมาก”
       “บอกให้พอไงเล่า”
       เศกห้ามศุวิมล
       “อย่าลูก อย่าไปว่าเขา...พ่อผิดเอง...คุณศรี...ผม...”
       มารศรีเดินออกไปทันที ไม่ฟัง...แต่แอบยิ้มสมใจ
       “คุณพ่อ...พักก่อนนะคะ...ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เดี๋ยวศุตามลุงหมอมา เดี๋ยวนี้เลย”
       ศุวิมลวิ่งออกไป เศกรู้สึกสะเทือนใจ รู้สึกว่าตัวเองผิดที่ทำให้มารศรีเป็นแบบนี้
      
       ศยามฟังสิ่งที่น้องสาวเล่า แล้วเครียดทันที...
       “แล้วอาการของคุณพ่อเป็นยังไงบ้าง”
       “ลุงหมอบอกว่าคุณพ่อมีอาการของโรคหัวใจ...อย่าทำให้ท่านเครียดอีก มันจะไม่ดีต่อสุขภาพ ไหนจะโรคเก่า มาโรคนี้อีก...พี่ดิ่ง กลับมาสักทีได้มั้ย ศุเซ็งเรื่องบ้าๆนี่เต็มที อยากให้มันจบๆซะ”
       ศยามอึ้ง...ใจอ่อน อยากจะกลับไปดูอาการพ่อ และอยากให้เรื่องทุกอย่างจบเหมือนกัน แต่ยังลังเล และตัดสินใจไม่ได้ เพราะกลัวพ่อจะรับไม่ได้
      
       เจตนากำลังกินอาหารเช้า วันดีเดินเข้ามาลงนั่งข้างๆ ป้าเพ็ญสั่งการให้สำรวยบริการ วันดีกินไป...พูดไป แต่ไม่มองหน้าเจตนา
       “คุณทำเกินไปแล้วนะ”
       เจตนาเงียบนั่งตักข้าวต้มเข้าปากต่อไม่ต่อล้อต่อเถียง
       “ฟังฉันอยู่หรือเปล่า”
       เจตนาวางช้อน
       “แล้วคุณพูดกับผมอยู่หรือเปล่าล่ะ”
       วันดีมองหน้าเจตนา ไม่พอใจ ก่อนจะพยายามใจเย็น
       “ฉันไม่ชอบที่คุณให้คนอย่างนายดิ่งมาตีสนิทกับยัยจี๊ด”
       จิตรวรรณกำลังเดินเข้ามาที่โต๊ะอาหารได้ยิน ชะงัก ไม่เดินต่อ แต่แอบยืนฟัง
       “คุณกำลังจะยกนายนั่นให้ขึ้นมาเทียบเท่ากับตาเทวัญอย่างนั้นเหรอ คนอย่างนายดิ่งมันก็แค่กรวดทรายที่ไร้ค่า จะเอาขัดมาล้างให้เทียบเท่ากับตาเทวัญคงไม่ได้หรอกนะ...ทำอะไรอยู่ รู้ตัวบ้างหรือเปล่า”
       จิตรวรรณอึ้ง...ไม่คิดว่าแม่จะคิดเรื่องระหว่างจิตรวรรณและศยามในมุมชู้สาว
       “ผมคิดทุกอย่างที่ผมทำ และก็ไม่ได้ตีค่าของคนที่ฐานะ คุณค่าของคนมันวัดกันที่จิตใจ”
       “จิตใจของนายดิ่งเป็นยังไง คุณรู้เหรอ มันอาจจะคิดตะกายดาวหาทางขยับฐานะตัวเอง มาปอกลอกฮุบสมบัติคุณ โดยเข้าทางยายจี๊ดก็ได้”
       เจตนาอึ้ง มองวันดีอย่างผิดหวัง
       “คุณคิดได้ยังไง”
       เจตนาเครียด ลุกขึ้นจากโต๊ะกินข้าว ไม่สนใจวันดีอีกต่อไป
       “ฉันก็คิดของฉันอย่างนี้ มันคือโลกของความจริง ไม่มีใครทำอะไรโดยไม่หวังผลให้ตัวเอง”
       เจตนาชะงัก
       “นี่คือผู้หญิงที่ผมเคยรักและตัดสินใจใช้ชีวิตด้วยเพราะความดีคนเดิม หรือเปล่า หรือผู้หญิงคนนั้นจริงๆแล้วไม่เคยมีตัวตน นี่ต่างหากคือธาตุแท้”
       วันดีอึ้ง
       “คุณเจตนา!”
       “ผมบอกเป็นครั้งสุดท้ายนะ...ผมอาจจะหมดความอดทนในอีกไม่กี่วินาที ข้างหน้านี่ก็ได้ ถ้าคุณยังไม่หยุดทำตัวร้ายกาจและมีความคิดที่น่าเกลียดแบบนี้”
       เจตนาเดินออกไปทันที วันดีหงุดหงิด ปัดแก้วน้ำ ของใกล้มือกระจาย จนป้าเพ็ญและสำรวยตกใจ หน้าเสีย จิตรวรรณ เครียด ที่พ่อแม่ทะเลาะกัน
      
       สำรวยวิ่งเข้ามาหาแช่มที่กำลังกินข้าวเช้า
       “โอ๊ย พี่แช่ม ยังจะกินอยู่อีก คุณท่านให้เอารถออกตั้งนานแล้วนะ”
       “รีบอยู่เนี่ย!”
       แช่มรีบกินจนข้าวจะจุกคอตาย สำรวยรียส่งน้ำให้
       “เอา น้ำๆๆๆๆ เร็วๆ ไม่ต้องกลืน แกไปเลย!”
       แช่มรีบวิ่งออกไปทั้งๆที่ข้าวยังคาปาก สำรวยโล่งอก
       “โอย หัวใจจะวาย”
       ป้าเพ็ญเข้ามา
       “ไอ้แช่มไปหรือยัง”
       “ไปแล้วป้า...โอ๊ย...ราหูอมบ้านนี้หรือยังไง ช่วงนี้ มีแต่เรื่อง ไหนจะเรื่อง คุณท่านทะเลาะกับคุณนาย ไหนจะเรื่องคุณจี๊ดกับคุณเทวัญ”
       ศยามเดินผ่านจากมุมหนึ่งจะไปทำงานชะงัก หยุดฟัง ป้าเพ็ญถอนใจ
       “สงสารก็แต่คุณจี๊ด จะเอาความสบายใจมากจากไหน บ้านไม่เป็นบ้าน”
       “แล้วก็กลายเป็นเด็กใจแตก เที่ยวกลางคืนหัวราน้ำเหมือนเมื่อก่อน”
       “เดี๋ยวตบปากแตก! คุณหนูจี๊ดเธอโตแล้ว ไม่ทำตัวแบบนั้นอีกหรอกน่า”
       ศยาม รู้สึกเป็นห่วงความรู้สึกของจิตรวรรณ
      
       จิตรวรรณเดินเหม่อลอยเข้ามา เซ็งปัญหาที่เพิ่งเจอ ศยามเดินเข้ามาจิตรวรรณชะงักมองหน้าเขาจริงจัง
       “มองผมทำไม”
       “คิดอะไรกับฉันหรือเปล่า”
       “คิด”
       จิตรวรรณด่าเลย แถมตีด้วยกระเป๋า
       “คนเลว! คิดจะใช้ฉันเป็นสะพานตะกายดายขยับฐานะ ปอกลอกสมบัติพ่อฉันเหรอ”
       “เฮ้ย! หยุดก่อน”
       จิตรวรรณหยุด เพราะตกใจที่ศยามตะคอก
       “ผมไม่ได้คิด”
       “ก็เมื่อกี้นายบอกว่าคิดอะไรกับฉัน”
       “คิดว่า....คุณจะเป็นไงบ้างที่พ่อกับแม่ทะเลาะกัน เครียดหรือไม่สบายใจหรือเปล่า ไม่ได้คิดจะ...ตะกายคุณเลย เกิดใหม่อีกสองชาติก็ไม่มีทางคิด”
       “ทำไม...ฉัน...มันไม่น่าคิดหรือไง”
       “ลูกสาวบ้านนี้เหมือนส้วมอยู่หน้าบ้าน...เคยได้ยินเหรือเปล่า”
       “ไอ้...”
       “แสดงว่าเคยได้ยิน...เลยร้อนตัว”
       “ไปทำงานเองเลยนะ...ไม่ต้องนั่งรถฉัน”
       “จริงๆก็ไม่ได้อยากอาศัยรถส้วมไปทำงานหรอก”
       จิตรวรรณโกรธ
       “โอ๊ย...เครียด! ผู้ชายปากส้วม”
       “ก็สูสีดีเนอะ”
       จิตรวรรณไม่รู้จะด่าอะไรอีก เดินหงุดหงิดกระฟัดกระเฟียดออกไป ศยามมองตามยิ้มๆ เอ็นดู ชอบใจที่ได้แหย่ ก่อนจะหมองลง
       “ถ้าผมกลับ...แล้วใครจะอยู่แหย่คุณให้เลิกคิดถึงเรื่องเครียดๆล่ะ”
       ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของศยามดังขึ้น ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์ กดรับโทรศัพท์
       “สวัสดีครับ พี่รัตนา...”
       รัตนากำลังจะไปทำงานคุยมือถือกับศยาม
       “ได้ประวัติของผู้ชายที่คุณเทวัญนัดพบวันนั้นแล้วค่ะ สงสัยเราคงต้องคุยกันยาว...เจอกันที่ร้านกาแฟคุณมด ใกล้ออฟฟิศนะคะ รีบหน่อยนะคะ”
       รัตนากดวางมือถือลง ออกเดินต่อไป
      
       จิตรวรรณจะออกรถ ศยามวิ่งมาขึ้นรถ หญิงสาวหันไปเหวี่ยง
       “นี่ ลงไป!”
       “ไม่ลง!”
       จิตรวรรณประชด
       “มาขึ้นรถส้วมทำไม”
       “ผมขอโทษ...แต่ถ้าผมไม่ไปกับคุณ ผมสายแน่”
       “ชิ...ทีอย่างนี้แล้วทำมาง้อ ไม่แน่จริง”
       “จะขับไปได้หรือยังครับ หรือจะนั่งบ่นเป็นยายแก่อยู่ตรงนี้”
       “ใครแก่”
       “โอย...ชักช้า!”
       ศยามเปิดประตูออกไป จิตรวรรณยิ้มเยาะคิดว่าศยามจะไปเอง แต่ศยามเลี้ยวมาที่ฝั่งคนขับ เปิดประตูผลักและดันจิตรวรรณให้ข้ามไปนั่งที่นั่งข้างคนขับ
       “นายดิ่ง ไอ้บ้า ทำอะไร นี่รถฉันนะ”
       “ก็ไม่ไปสักที ผมขับเอง”
       “แต่แขนนายเดี้ยง!”
       ศยามถอดเฝือกอ่อนออก
       “ค่อยยังชั่วแล้ว”
       “ได้ยังไง!”
       “ยังงี้ไง ดูซะ”
       ศยามเข้าเกียร์ ออกรถเอี๊ยด ทั้งๆที่แขนก็ยังเสียวๆ รถจิตรวรรณออกตัวแรงเร็วแต่มั่นคง จิตรวรรณร้องลั่น
       “ว้าย ช้าๆ!”
source: manager.co.th

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น